Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Dizziness : A Doctor Explains Vertigo + Ways To Treat It
ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและวิธีรักษา

ข้อควรรู้เกี่ยวกับอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและวิธีรักษา

หากคุณเคยทรมานจากอาการวิงเวียนหรือเวียนศีรษะบ้านหมุนคุณก็คงไม่อยากเป็นบ่อยๆหรอกใช่ไหม? เนื่องจากอาการดังกล่าวจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด หวาดกลัว คลื่นไส้ และอ่อนเพลีย อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนจะทำให้คุณรู้สึกโคลงเคลงภายในร่างกายและอาจรวมถึงสภาพแวดล้อมใกล้เคียงด้วย ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นนานตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลายนาที (เวียนศีรษะเป็นพักๆ) หรืออาจเป็นชั่วโมง (เวียนศีรษะไมเกรน) ในกรณีที่แย่สุดๆคืออาจนานติดต่อกันหลายวันหรือหลายสัปดาห์

ลักษณะอาการ ความรุนแรง และสาเหตุของอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน

เวียนศีรษะบ้านหมุนไม่ใช่โรคแต่เป็นแค่อาการเท่านั้น นอกจากนี้ยังอาจมาพร้อมกับอาการหูอื้อ ปวดศีรษะ สูญเสียการได้ยิน คลื่นไส้ อาเจียน สูญเสียการมองเห็น พูดไม่ชัด หรือหมดสติซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุด้วย การระบุชัดถึงอาการที่เกี่ยวข้องได้นั้นสำคัญมากเนื่องจากคุณจะรู้ว่ากำลังเป็นอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนประเภทไหนอยู่และควรรักษาอย่างไร ประเภทของอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคือโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV) และไปอยู่ในอวัยวะควบคุมการทรงตัว เมื่อสะสมนานวันเข้าก็จะไปขัดขวางการเคลื่อนไหวของน้ำและทำให้หูชั้นในส่งสัญญาณหลอกไปยังสมอง BPPV จะทำให้เกิดอาการวิงเวียนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนท่า เช่น การผงกศีรษะขึ้นลง การล้มตัวลงนอน การพลิกตัว หรือการลุกนั่ง ส่วนอาการอื่นๆนอกจากอาการวิงเวียนได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียน และการเดินโซเซซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม แต่โชคดีที่ BPPV เป็นอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนประเภทรักษาได้ง่ายที่สุด หากคุณสงสัยว่าตัวเองเป็น BPPV ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีบรรเทาอาการ

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน

การรักษาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน

การรักษาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนประกอบไปด้วยการรับประทานยา กายภาพบำบัด และจิตบำบัด ในกรณีที่รุนแรงคุณอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดแต่ก็ถือว่าหายาก ขั้นตอนการรักษาและการใช้ยาขึ้นอยู่กับประเภทของอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและอาการอื่นๆ ในกรณีของ BPPV แพทย์สามารถช่วยย้ายตะกอนหินปูนออกจากหูเพื่อบรรเทาอาการได้ นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาขับปัสสาวะ ยาแก้เวียนศีรษะ ยาแก้คลื่นไส้ ยาระงับอาการวิตกกังวล และยารักษาไมเกรน อย่างไรก็ตามการรักษาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนมักจะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างนอกเหนือจากการใช้ยา ทางเลือกหนึ่งในนั้นคือการไปพบแพทย์จัดกระดูกเนื่องจากอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเกี่ยวข้องกับระบบประสาทและโครงสร้างโดยรอบซึ่งรวมถึงกระดูกสันหลังด้วย

การรักษาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนด้วย 5 วิธีธรรมชาติ

1. รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

อาหารแปรรูปและอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนได้ ขณะที่แอลกอฮอล์ก็จะทำให้อาการวิงเวียนศีรษะแย่ลงไปอีก การศึกษาพบว่าคุณควรลดการบริโภคไขมันเลวกับคาร์โบไฮเดรตและหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยแทน เช่น ผักใบเขียว ผักตระกูลกะหล่ำปลี เบอร์รี่ และพืชตระกูลถั่วเพื่อควบคุมไตรกลีเซอไรด์และลดอันตรายที่มีต่อหูชั้นใน

2. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ

การศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ป่วย BPPV จะมีระดับสารต้านอนุมูลอิสระต่ำ ดังนั้นคุณควรเพิ่มการรับประทานเบอร์รี่และผักที่ไม่มีแป้งควบคู่กับอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งต้านการอักเสบ เช่น อาหารทะเลจากธรรมชาติ เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย และวอลนัท

3. ควบคุมความเครียด

เมื่อคุณรู้สึกเครียดก็เป็นไปได้ว่าจะมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน ในทางกลับกันการวิตกกังวลเรื่องอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนก็จะทำให้รู้สึกเครียดและวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นตามไปอีก คุณสามารถเรียนรู้วิธีจัดการกับอารมณ์เหล่านี้ได้โดยการฝึกสมาธิ หายใจลึกๆ หรือโยคะ

4. รักษาด้วยสมุนไพร

สมุนไพรหลายชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ หรือคุณสมบัติอื่นๆที่สามารถบรรเทาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนได้ สมุนไพรได้แก่ ขมิ้น พริกป่น แปะก๊วย และรากขิง แต่อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือสมุนไพรใหม่ๆ

5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

กลุ่มนักวิจัยพบว่าการออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเรื้อรัง ประเภทและระดับการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความแข็งแรง ความสม่ำเสมอ ความปลอดภัย และอาการอื่นๆ คุณสามารถออกกำลังกายโดยการเดินบนเครื่องเดินวงรี การเดินเร็ว หรือการยกน้ำหนัก ขณะที่โยคะจะช่วยในเรื่องการทรงตัว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและส่งผลดีต่อระบบประสาท แต่บางท่าอาจมีปัญหากับผู้ที่มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนได้ดังนั้นควรแจ้งครูฝึกก่อนทุกครั้งหากคุณมีอาการดังกล่าวหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ

Blogger : B.J. Hardick, D.C.

Source : mindbodygreen.com