Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Detoxifying Foods That Will Support Your Liver
10 อาหารที่ช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายและบำรุงตับ

อาหารที่ดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายและบำรุงตับ

เมื่อคนเราตามใจปาก เราจึงจำเป็นต้องเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยในการล้างสารพิษ ผลกระทบจากสารพิษและอาหารแปรรูปที่มากเกินไปในชีวิตของเราอาจจะซุ่มอยู่เงียบๆ แต่ในที่สุดผลเหล่านี้ก็จะปรากฏออกมาและทำลายคุณภาพชีวิตของคุณ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องดีท็อกซ์หรือไม่? อาการที่พบบ่อยที่สุดคือความเมื่อยล้า สมองเบลอ ปวดศีรษะ และอาการเจ็บปวดทั่วไป เรามี 2 ขั้นตอนง่ายๆในการดีท็อกซ์ร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพ อย่างแรกคือขับสารพิษทั้งหมดออกไป และอย่างที่สองคือเพิ่มสารอาหารจำเป็นที่ช่วยในการดีท็อกซ์ สารอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยตับเปลี่ยนสารต่างๆในร่างกาย เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอลล์ ยา และแม้กระทั่งส่วนที่เหลือจากการเผาผลาญให้กลายเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นกลางเพื่อให้พวกมันถูกขับออกจากร่างกายก่อนที่จะเป็นอันตราย อาหารดีท็อกซ์ 10 อย่างดังต่อไปนี้มีสารอาหารจำเป็นที่ช่วยร่างกายในการเผาผลาญสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี

1. ชาเขียว

ชาเขียว

การดีท็อกซ์ตับหลักๆจะมี 2 ขั้นตอนคือการล้างพิษระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ในระยะที่ 1 สารพิษจะละลายน้ำผ่านเอนไซม์ไซโตโครม P450 ส่วนในระยะที่ 2 สารพิษจะกลายเป็นสารเคมีป้องกันที่ปรับฤทธิ์ให้เป็นกลางหรือถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางน้ำดีหรือปัสสาวะ ทั้งนี้ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ทรงอานุภาพในการล้างสารพิษเนื่องจากสารเคมีจากพืชในชาเขียวจะออกฤทธิ์ทั้งในระยะที่ 1 และ 2

2. ส้มเขียวหวาน

ส้มเขียวหวาน

ส้มเขียวหวานจะออกฤทธิ์ทั้งในระยะที่ 1 และ 2 เช่นเดียวกับชาเขียว สารประกอบหลักในการดีท็อกซ์และป้องกันมะเร็งคือ ดี-ลิโมนีนซึ่งสามารถพบได้ทั้งในส้มเขียวหวาน ส้ม และมะนาว

3. ซาวเคราท์หรือกะหล่ำปลีหมัก

ซาวเคราท์หรือกะหล่ำปลีหมัก

กะหล่ำปลีมีสารป้องกันมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบเอนไซม์ล้างสารพิษในระยะที่ 1 และ 2 กับกลไกอื่นๆที่ถูกกระตุ้นโดยสารประกอบกลูโคไซโนเล็ตและอนุพันธ์ของพวกมัน กะหล่ำปลีหมักมีคุณสมบัติพิเศษโดยเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นขณะหมักจะช่วยล้างสารพิษในลำไส้

4. บร็อคโคลี่

บร็อคโคลี่

บร็อคโคลี่เป็นหนึ่งในอาหารที่ช่วยล้างสารพิษและป้องกันมะเร็ง แถมยังมีสารกลูโคไซโนเล็ตและอนุพันธ์ที่เรียกว่าสารไอโซไทโอไซยาเนท (ITCs) ซึ่งช่วยดีท็อกซ์ในระยะที่ 2

5. หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งเป็นแหล่งกลูตาไธโอนชั้นดีรวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ กลูตาไธโอนเป็นไตรเปปไทด์ที่ทำจากกรดอะมิโน 3 ชนิดได้แก่ ไกลซีน ซีสเทอีน และกลูตามีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารประกอบการดีท็อกซ์ในร่างกายของมนุษย์ที่สำคัญที่สุด กลูตาไธโอนจะส่งเสริมการดีท็อกทั้งในระยะที่ 1 และ 2

6. โปรตีนเวย์

โปรตีนเวย์

วิธีเพิ่มกลูตาไธโอนคือการบริโภคอาหารที่มีกรดอะมิโนทั้ง 3 ชนิด โปรตีนเวย์ (สัดส่วนของเหลวที่แยกจากโยเกิร์ต) ประกอบไปด้วย ไกลซีน ซีสเทอีน และกลูตามีน! ทั้งนี้การศึกษาหนึ่งพบว่าการเพิ่มขึ้นของกลูตาไธโอนจากโปรตีนเวย์สามารถขัดขวางความเป็นพิษต่อเซลล์ที่เกิดจากแอลกอฮอล์ได้

7. บีทรูท

บีทรูท

บีทรูทมีสารประกอบสองชนิดที่เสริมสร้างการทำงานของตับให้ดีขึ้นได้ นั่นก็คือบีเทนและเบตาเลน บีเทนจะลดการสะสมไขมันในตับขณะที่เบตาเลนจะกระตุ้นการทำงานในระยะที่ 2 โดยการจับสารพิษไว้กับกลูตาไธโอนเพื่อให้พวกมันถูกขับออกมา

8. กระเทียม

กระเทียม

มีเหตุผลมากมายว่าทำไมกระเทียมจึงเป็นหนึ่งในอาหารทางการแพทย์ที่ทั่วโลกนิยมมากที่สุด สารออร์กาโนซัลเฟอร์ที่พบในกระเทียมนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ตั้งแต่การรวมตัวต้านเกล็ดเลือดไปจนถึงการป้องกันโรคมะเร็ง สารซัลเฟอร์ในกระเทียมยังมีส่วนช่วยในการล้างสารพิษโดยการกระตุ้นเอนไซม์กลูตาไธโอน

9. อาร์ติโชก

อาร์ติโชก

การไหลเวียนของน้ำดีคือกระบวนการล้างสารพิษที่แยกจากการดีท็อกซ์ตับในระยะ 1 และ 2 น้ำดีจะช่วยลำเลียงสารพิษเพื่อให้พวกมันถูกขับออกไปจากร่างกาย อย่างไรก็ตามหากการไหลเวียนของน้ำดีมีข้อบกพร่องก็อาจส่งผลให้เกิดสารพิษสะสมและการบาดเจ็บของตับ อาร์ติโชกมีอนุพันธ์ฟีนอลที่ถูกนำมาใช้หลายศตวรรษแล้วเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำดีและช่วยปกป้องตับ

10. สาหร่ายคลอเรลลา

สาหร่ายคลอเรลลา

สาหร่ายคลอเรลลามีคุณสมบัติการดีท็อกซ์ตับซึ่งแยกจากการล้างพิษระยะที่ 1 และ 2 นอกจากนี้คลอเรลลายังมีคุณสมบัติในการเคลื่อนย้ายโลหะหนักไปผูกติดกับเซลล์และช่วยดูดซับโลหะหนักในลำไส้ทำให้พวกมันถูกขับออกไปแทนที่จะเก็บไว้ในเซลล์

Blogger : Nicole Visnic

Source : mindbodygreen.com