Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

สำหรับหนุ่มๆวัยเจริญพันธุ์
กางเกงบ๊อกเซอร์หรือกางเกงในอย่างไหนดีกว่ากัน?

กางเกงบ๊อกเซอร์หรือกางเกงในอย่างไหนดีกว่ากัน

การเลือกระหว่างกางเกงบ๊อกเซอร์กับกางเกงในคือประเด็นที่มีการโต้เถียงกันมาอย่างยาวนาน แต่การศึกษาล่าสุดเพิ่งมอบคะแนนให้แก่ผู้ที่นิยมสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆไป การศึกษาพบว่าผู้ชายที่สวมกางเกงบ๊อกเซอร์จะมีปริมาณอสุจิสูงกว่าผู้ชายที่สวมกางเกงในโดยได้สำรวจจากผู้ชายจำนวน 656 คนที่กำลังหาวิธีรักษาภาวะมีบุตรยาก ผู้เข้าร่วมต้องรายงานว่าพวกเขาสวมกางเกงบ๊อกเซอร์หรือกางเกงในในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ตัวอย่างอสุจิจะถูกเก็บและวิเคราะห์เพื่อหาความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้น ปริมาณ การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ ผู้ชายที่สวมกางเกงบ๊อกเซอร์บ่อยๆจะมีความเข้มข้นของอสุจิสูงกว่า ปริมาณอสุจิสูงกว่า และการเคลื่อนไหวสูงกว่า อุณหภูมิของถุงอัณฑะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอสุจิ อุณหภูมิสูงจะทำให้การผลิตอสุจิลดลงและส่งผลต่อประสิทธิภาพของพวกมัน ยกตัวอย่างเช่นการสวมเสื้อผ้าคับจะทำให้อัณฑะอยู่ใกล้กับร่างกายและทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นจนเป็นเหตุให้ปริมาณอสุจิลดลง นี่คือเหตุผลว่าทำไมอัณฑะจึงอยู่นอกร่างกายเนื่องจากอุณหภูมิข้างนอกจะเย็นกว่า 2-3 องศานั่นเอง ทั้งนี้ยังไม่พบการเชื่อมโยงกันระหว่างประเภทกางเกงในของผู้ชายกับภาวะเจริญพันธุ์ มีแต่การแสดงความสัมพันธ์เท่านั้น

แม้ว่าผู้ชายทุกคนในการศึกษาข้างต้นจะมาจากคู่สามีภรรยาที่กำลังประสบภาวะมีบุตรยาก แต่ก็เป็นไปได้ว่าฝ่ายหญิงต่างหากที่มีปัญหานี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการวิจัยกับผู้ชายข้ามเพศ สุดท้ายสำหรับผู้ชายที่สวมกางเกงในบ่อยๆก็เป็นไปได้ว่ามี “ความผิดพลาดในการวัดและการจำแนกประเภทของกางเกงในผิด” ข้อมูลจาก Mayo Clinic กล่าวว่ามีคู่สมรสร้อยละ 15 ที่กำลังประสบภาวะมีบุตรยากและภาวะการมีบุตรยากในเพศชายก็มีบทบาทสำคัญมากถึงครึ่งหนึ่ง ทว่าการไม่สามารถมีลูกได้กลับกลายเป็นปัญหาของเพศหญิง การรักษาภาวะมีบุตรยากจะพุ่งเป้าไปที่ผู้หญิง เช่น การปฏิสนธินอกร่างกาย (เด็กหลอดแก้ว) และยากระตุ้นไข่ตกเพื่อเพิ่มการผลิตไข่ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ชี้ว่าความสมบูรณ์ทางเพศของผู้ชาย “เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น” และไม่นิยมเปิดใจคุยกันแม้ว่าจะพบได้บ่อยพอๆกับภาวะมีบุตรในเพศหญิง ความร้อนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งของปัญหาความสมบูรณ์ทางเพศของผู้ชายเนื่องจากยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตอสุจิไม่ว่าจะเป็นภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล อายุ ความเครียด และการใช้ชีวิตต่างๆ เช่น การเลือกรับประทานอาหารและการใช้ยา เป็นต้น

Blogger : Kristen Adaway

Source : huffingtonpost.com