Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Alkaline Foods that Prevent Obesity, Cancer, and Heart Disease
อาหารด่าง 15 ชนิดป้องกันโรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ

อาหารด่าง

เดิมทีร่างกายของคนเรามีสภาพเป็นด่างและต้องหมั่นดูแลรักษาอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงขอแนะนำให้บริโภคอาหารด่าง 15 ชนิดดังต่อไปนี้เพื่อให้รูปร่างของคุณสมส่วนและมีสุขภาพที่ดี

1. ปวยเล้ง

ปวยเล้งสามารถกำจัดอนุมูลอิสระ บำรุงสมองและหัวใจให้แข็งแรง มีปริมาณไขมันและโคเลสเตอรอลต่ำ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี เค บี6 แมกนีเซียม โปแทสเซียม แคลเซียม สังกะสี เหล็ก และไนอาซิน

2. มะนาว

น้ำมะนาวสามารถลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบรวมถึงช่วยรักษาโรคนิ่วในไตได้ด้วย ข้อดีอีกอย่างของมะนาวคือช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ป้องกันอาการท้องผูก และโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้มะนาวยังมีวิตามินอี เอ ซี บี6 และแร่ธาตุอื่นๆอีกมากมาย เช่น สังกะสี แคลเซียม โปแทสเซียม ทองแดง และไรโบฟลาวิน

3. คีนัว

ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด คีนัวเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนเมื่อเทียบกับธัญพืชชนิดอื่นเนื่องจากมีปริมาณเส้นใยมากกว่าสองเท่า นอกจากนี้ยังมีแมงกานีส แมกนีเซียม ไรโบฟลาวิน ไลซีน และเหล็ก

4. ผักสวิสชาร์ด

ผักสวิสชาร์ดช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและบำรุงสุขภาพหัวใจรวมถึงการไหลเวียนของโลหิตด้วย ร่างกายจะปลอดจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียที่อันตราย และอนุมูลอิสระ ที่สำคัญผักสวิสชาร์ดคือแหล่งด่างชั้นดีในบรรดาอาหารทั้งหมด

5. บัควีต

ช่วยในการบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคเบาหวาน เพิ่มระดับพลังงาน และทำให้ร่างกายอบอุ่น บัควีตจึงเป็นอาหารที่เหมาะแก่การรับประทานในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งวิตามิน ธาตุเหล็ก และโปรตีนชั้นดีด้วย

6. เมลอน

เมลอนจะขับสารพิษออกจากร่างกายพร้อมๆกับทำให้ร่างกายชุ่มชื้นด้วย เมลอนเป็นสุดยอดอาหารด่างเนื่องจากมีค่า pH สูงถึง 8.5 แถมยังมีปริมาณน้ำสูงมากด้วย

7. น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ อุดมไปด้วยวิตามินอี กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และสารต้านอนุมูลอิสระ

8. กล้วย

หากคุณต้องการลดน้ำหนัก ขอแนะนำให้รับประทานกล้วยเป็นประจำ ผลไม้ชนิดนี้จะช่วยปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ปกป้องหัวใจ และส่งเสริมระบบย่อยอาหาร ที่สำคัญอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและสารอาหารต่างๆ เช่น โปแทสเซียม แมงกานีส วิตามินบี และแมกนีเซียม

9. เมล็ดแฟล็กซ์

เมล็ดแฟล็กซ์เหล่านี้จะช่วยบำรุงหัวใจ ควบคุมอาการร้อนวูบวาบของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และลดการอักเสบ อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินอี ดังนั้นคุณจึงควรรับประทานทุกวันโดยการบดและใส่ลงไปในอาหารทุกมื้อ

10. กะหล่ำดอก

ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและมีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบ หนึ่งหน่วยบริโภคของผักชนิดนี้จะมีวิตามินมากถึงร้อยละ 77 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยไรโบฟลาวิน โปแทสเซียม แมกนีเซียม วิตามินเค ไทอะมีน และแมงกานีส

11. อะโวคาโด้

อะโวคาโด้จะช่วยในเรื่องการดูดซึมสารอาหารจากผักและผลไม้ ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล และบำรุงหัวใจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้อะโวคาโด้ยังมีเส้นใยอาหาร สารอาหาร และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวด้วย

12. องุ่น

องุ่นจะช่วยลดอาการวิตกกังวลและความดันโลหิตสูง ลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอด ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร ตับอ่อน เยื่อบุโพรงมดลูก และปาก เนื่องจากอุดมไปด้วยโพลีฟีนอล (สารต้านอนุมูลอิสระ)

13. แครอท

แครอทสามารถพัฒนากระบวนการคิดและสายตาของคุณได้เนื่องจากอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน (กลุ่มเม็ดสี) ซึ่งจะช่วยปกป้องจากสารอนุมูลอิสระทั้งหลาย ที่สำคัญมีวิตามินเค ซี เอ บี8 เหล็ก โปแทสเซียม และเส้นใยอาหารสูงมาก

14. บร็อคโคลี

ผักชนิดนี้มีสรรพคุณในเรื่องการไหลเวียนโลหิตเนื่องจากอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก บำรุงหัวใจ กระดูก และลดปริมาณโคเลสเตอรอล แถมมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยทองแดง เส้นใยอาหาร โปแทสเซียม วิตามินเค บี6 ซี และอีด้วย

15. เบอร์รี่

เบอร์รี่ช่วยในการบำรุงผิวและสามารถชะลอความชราได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคและบำรุงสมองเพื่อให้ความจำดีเมื่อแก่ตัวลง

Source : curejoy.com, alkaline-diet-health-tips.com, healthandlovepage.com