Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

6 Hours Of Sleep Or Less & Chronic Disease Make A Deadly Combo
นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเสี่ยงโรคร้ายแรงตามมา

นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงเสี่ยงโรคร้ายแรง

การศึกษาจำนวนไม่น้อยชี้ว่าคนเราควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับมากกว่าสิ่งอื่นๆ ผู้เชี่ยวชาญบางรายถึงขนาดกล่าวว่าเราควรงดออกกำลังกายเพื่อไปนอนหลับ ล่าสุดมีการค้นพบว่าการนอนหลับน้อยกว่าหกชั่วโมงอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ รายงานจากสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกากล่าวว่าผู้ใหญ่วัยกลางคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองจะมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นหากพวกเขานอนหลับน้อยกว่าวันละหกชั่วโมง ขณะที่การนอนหลับปกติอาจช่วยป้องกันโรคและความเสี่ยงเหล่านี้ได้ งานวิจัยได้ให้ผู้เข้าร่วมอายุตั้งแต่ 20-74 ปีจำนวนมากกว่า 1,600 คนทำแบบสอบถามและบันทึกสุขภาพรวมถึงสาเหตุการเสียชีวิตเป็นระยะเวลา 20 ปี นี่คือผลที่ได้โดยตรงจากรายงาน

  • ผู้เข้าร่วมเสียชีวิตจำนวน 512 คน หนึ่งในสามเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองและหนึ่งในสี่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานและนอนหลับน้อยกว่าหกชั่วโมงจะมีโอกาสเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นสองเท่า
  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองและนอนหลับน้อยกว่าหกชั่วโมงจะมีโอกาสในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นสามเท่า
  • โอกาสเสี่ยงในการเสียชีวิตของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานจะลดลงได้หากพวกเขานอนหลับมากกว่าหกชั่วโมง

มีชาวอเมริกันประมาณร้อยละ 45 ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระยะสอง และ/หรือ โรคเบาหวาน (และอีกร้อยละ 14 ที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง) ดังนั้นการอดนอนจะส่งผลกระทบต่อประชากรนับล้านคน (ประมาณ 192 ล้านคน)

นอกจากนี้การอดนอนยังส่งผลเสียต่อการรับรู้และสุขภาพจิต รวมถึงทำให้การตัดสินใจ อารมณ์ และความจำบกพร่องด้วยยิ่งบวกกับโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆแล้ว ดังนั้นทางที่ดีคุณควรรีบเข้านอนแต่หัววันและนอนหลับอย่างเพียงพอ ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับจะรู้จักวิธีป้องกัน เข้ารับการรักษาอย่างครบถ้วน อาการดีขึ้นในระยะยาว และไปโรงพยาบาลน้อยลง หวังว่าระบบดูแลสุขภาพจะไม่ล้าหลังและเริ่มให้ความสำคัญกับการนอนหลับได้แล้ว งั้นก็รีบไปนอน อย่าคิดมาก!

Blogger : Ray Bass, NASM-CPT

Source : mindbodygreen.com