Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

The Best Shopping Cities in the World
15 สุดยอดเมืองแห่งการช้อปปิ้งของโลก

สุดยอดเมืองแห่งการช้อปปิ้งของโลก

ผู้อ่าน Condé Nast Traveller ใช้เวลาส่วนใหญ่ของปีหมดไปกับการเดินทางทั่วโลก พยายามที่จะไม่ฟุ่มเฟือยกับค่าอาหาร ค่าที่พัก แถมยังตามล่าหาถนนสายช้อปปิ้งและของฝากที่ดีที่สุดด้วย ด้วยเหตุนี้เราจึงเชื่อมั่นในรสนิยมของพวกเขาเมื่อต้องเอ่ยชื่อเมืองช้อปปิ้งที่ดีที่สุดในโลก และนี่คือรายชื่อเมืองผู้ชนะจากการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว

นิวยอร์ค

นิวยอร์คคือมาตรฐานของเมืองช้อปปิ้งทั่วโลก ที่นี่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมายในการผลาญเงิน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นอย่าง Zara, UNIQLO, H&M ในย่านโซโห พราด้าและชาแนลบนถนนฟิฟท์อเวนิว หรือจะไปเดินเล่นที่ Barneys หรือ Bergdorf Goodman จิบค็อกเทลและหวังว่าพวกเขาจะปิดร้านโดยลืมไปว่าคุณอยู่ที่นั่น เพื่อให้คุณมีเวลาทั้งคืนอยู่กับแบรนด์เซลีน

ดูไบ

ดูไบมาเป็นอันดับ 2 ของรายการเนื่องจากที่นี่มี “รีสอร์ทช้อปปิ้งแห่งแรกของโลก” ประกอบไปด้วยลานสกีในร่ม แฟชั่นอเวนิวของดูไบมอลล์ซึ่งเต็มไปด้วยแบรนด์ดังอย่าง Chanel, Givenchy, Oscar de la Renta, Louis Vuitton, Valentino และตลาดทองคำ Gold Souk ซึ่งมีร้านค้าเครื่องประดับมากมายเพียงพอที่จะทำให้คุณตาบอด เรียกได้ว่าเป็นโอเอซิสในทะเลทรายของจริง

ชิคาโก

เมื่อพูดถึงชิคาโก้คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึง Magnificent Mile และเพียงพกบัตรเครดิตเข้าไปใน Wicker Park คุณก็จะพบตั้งแต่สินค้าตกแต่งบ้านไปจนถึงเสื้อผ้าแบรนด์ดังและทุกอย่างใน Myapic Books

ฮ่องกง

ห้างค้าปลีกที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้คือ Lane Crawford ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ มีทั้งกระเป๋าหรู ร้านค้าเสื้อผ้าสตรีหลากสีสัน และสไตลิสท์ที่ชื่นชอบส่วนตัวอย่าง Tina Lueng ส่วนใครที่กำลังมองหารองเท้าทนทานราคาย่อมเยาและแว่นตากันแดดก็สามารถไปเยือนได้ที่ถนนสแควร์ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเขตนี้

ซานตาเฟ่

หนึ่งในเมืองเล็กที่ดีที่สุดในอเมริกาและติดอันดับเมืองช้อปปิ้ง 2 ปีซ้อน เมืองนิวเม็กซิโกคือเบ้าหลอมของวัฒนธรรมสเปนและอเมริกันพื้นเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายผ่านทางพิพิธภัณฑ์ แกลอรี่ และร้านค้าต่างๆ คุณสามารถเยี่ยมชมร้านค้าเพื่อเก็บสะสมงานศิลปะ เครื่องแต่งกายชาวตะวันตก เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องประดับหัตถกรรม

ปารีส

ปารีสคือแหล่งรวมแฟชั่นชั้นดีระดับโลกไม่ว่าจะเป็น Chanel, Hermes, Givenchy, Louis Vuitton ซึ่งส่วนใหญ่สามารถพบได้ในย่าน 8th arrondissement ที่คึกคัก ขณะที่ย่าน 3rd arrondissement เราขอแนะนำ Merci หากคุณสนใจแฟชั่นชั้นสูงและรองเท้าแปลกๆ เสื้อผ้าและเครื่องประดับ รองลงมาคือ Canal Saint-Martin ซึ่งเป็นย่านเก๋ๆสำหรับคนชิลล์ๆ

ซานฟรานซิสโก

ซานฟรานซิสโกเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมเก่าและใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น Hayes Valley คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องเขียนน่ารักๆได้ที่ Yellow Howl Workshop เสื้อผ้าสวยๆที่ Lavish และเสื้อผ้าทำงานที่ Convert

ฟลอเรนซ์

ทั้งงานหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ งานช่าง คือสิ่งที่ฟลอเรนซ์ผูกขาดทั้งหมด นอกจากนี้ Stefano Bemer ก็ยังมีชื่อเสียงในเรื่องการทำรองเท้าด้วยมือนอกสถานที่และเดินทางทั่วโลกเพื่อซ่อมแซมแก้ไข ส่วน Santa Maria Novella Perfumery ก็เป็นร้านค้าและพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่คุณสามารถหาซื้อยาอายุวัฒนะ ขณะที่ Madova ทำถุงมือหนังและ Pineider ก็จำหน่ายเครื่องเขียนสุดหรู ปิดท้ายด้วย Mercato Centrale เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การไปปิกนิคตอนกลางวัน

ลอนดอน

เมื่อไม่นานมานี้ลอนดอนได้กลายเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้งอย่างแท้จริง ตลาด Old Spitalfields สำหรับเสื้อผ้าสุภาพบุรุษและงานฝีมือ ส่วนตลาด Dover Street ก็มี Comme des Garcons และเครื่องแต่งกาย Lanvin ขณะที่ Shoreditch เป็นร้านหนังสือเก๋ๆในตู้คอนเทนเนอร์ และเราสามารถหาซื้อของที่ระลึกได้ตั้งแต่เสื้อผ้าไหมไปจนถึงถุงเท้าหน้าตาประหลาด

โตเกียว

ที่นี่คราคร่ำไปด้วยร้านค้าและห้องเสื้อชั้นสูง อย่างไรก็ตามถ้าคุณมีเวลาว่างเพียงไม่กี่ชั่วโมงขอแนะนำให้ไปฮาราจูกุย่านที่เต็มไปด้วยสีสันอันลือลั่นและเป็นที่ตั้งของร้านค้าอย่าง Visvim และ Comme des Garcons ขณะเดียวกันใจกลางโตเกียวเขต Daikanyama ก็มีโรงงานผลิตกางเกงยีนส์ซึ่งมีกลิ่นอายของย่านบรู๊คลีน และ Matsunosuke ร้านเบเกอรี่ก็มีพายแอปเปิ้ลแสนอร่อย รวมถึงร้านขายแผ่นเสียงย้อนยุคและร้านหนังสือ

มิลาน

แฟชั่นของที่นี่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ Prada ไปจนถึง Dolce&Gabbana จึงไม่แปลกใจที่มิลานจะเป็นทั้งจุดกำเนิดของแฟชั่นวีคและงานเฟอร์นิเจอร์แฟร์ประจำปี ร้านค้าที่นี่จะเรียงรายไปตามถนน Monte Napoleone และ Via della Spiga รวมถึงโรงแรมสุดหรูอย่าง Bulgari และ Armani ซึ่งทั้งหมดนี้คือสมบัติทางวัฒนธรรม

บอสตัน

นักท่องเที่ยวจะมุ่งหน้าไปยัง Faneuil Hall ซึ่งเป็นทั้งตลาดและสถานที่ชุมนุมตั้งแต่ช่วงปี 1740 หากคุณมีเวลาอยู่ในเมืองแค่ 1-2 วัน ขอแนะนำ Newbury Street ซึ่งเต็มไปด้วยแฟชั่นผู้หญิงตั้งแต่ Madewell, Alice และ Olivia รวมถึงร้าน Newsbury ComicChanel-Giorgio Armani-Burberry ขณะที่ฮาร์วาร์ดสแควร์ก็มี Leavitt and Pierce ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องบุหรี่และกระดุมข้อมือ ส่วนร้าน Andover ก็เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานเย็บปักถักร้อยเป็นรูปฟันปลากับลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด

โรม

เมื่ออยู่ในโรม เราจะทำตามคำแนะนำของ Silvia Venturini Fendi ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ หากต้องการช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น คุณสามารถตรงไปยัง Via del Governo Vecchio นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับแฟชั่นของ Delfina Delettrez ที่ถนนคอบเบิ้ลสโตนและเสื้อผ้าบุรุษที่ Wools

สิงคโปร์

ชาวสิงคโปร์มีกิจกรรมหลักๆแค่ 2 อย่างคือชิมกับช้อป เพราะทั้งเกาะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าขณะที่บางแห่งก็ดูเหมือนวัดเหลือเกิน (เช่นห้างสรรพสินค้า Ngee Ann City บนถนนออชาร์ด) แต่ก็ยังมีย่านช้อปปิ้งสไตล์บูติกที่มีชื่อเสียงมากมายโดยเริ่มจาก Haji Lane ที่อยู่ Arab’s Quarter ใจกลางเมืองสิงคโปร์ Soon Lee สำหรับเสื้อผ้าเก๋ๆไปรับประทานอาหารมื้อค่ำ จากนั้นก็แวะเยี่ยม Tiong Bahru ตลาดน้ำอันโด่งดังและกาแฟรสชาติกลมกล่อม

แอสเพน

ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาไม่ได้หมายความว่าปราศจากแฟชั่น บนถนนเส้นเล็กๆที่เป็นระเบียบในตัวเมืองแอสเพนจะเต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้า รองเท้า และแจ็กเก็ต ขณะที่ Gucci’s outpost ภายนอกอาจจะดูเงียบๆแต่ข้างในกลับคึกคักเหลือเกิน ส่วน MAX Aspen ก็เป็นศูนย์รวมกระเป๋าแบรนด์เนม เช่น Proenza, Schouler, Celine, Rick Owens และ Dries Van Noten นอกจากนี้ยังมี Boogie’s ซึ่งเป็นแหล่งรวมยีนส์ที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา

Blogger : Laura Dannen Redman & Caitlin Morton

Source : cntraveler.com