Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

11 สิ่งน่าประหลาดใจเกี่ยวกับการเดินทางไปยังต่างประเทศ
ในฐานะผู้หญิงผิวสี

สิ่งน่าประหลาดใจในการเดินทางในฐานะผู้หญิงผิวสี

ฉันเพิ่งกลับมาจากการไปเที่ยวตุรกี แม้ว่าฉันจะได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆหลายแห่งแต่ฉันกลับไม่รู้สึกดื่มด่ำกับวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคยเหล่านั้นเลย นอกจากปัญหาเรื่องการพบปะผู้คนและการเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ ฉันรู้ดีว่าผู้หญิงผิวสีที่รักการเดินทางจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

1. ทำไมผู้คนจำนวนมากถึงเอาแต่จ้องมองคุณ

ทุกอย่างในคัปปาโดเซียที่เราใช้เวลาในช่วง 4 วันแรกของการเดินทางนั้นราบรื่นดี ตั้งแต่ทัศนียภาพอันสวยงามไปจนถึงโรงแรมถ้ำ (เย็นมากสมคำร่ำลือจริงๆ) แต่เมื่อมาถึงอิสตันบูลฉันก็รับรู้ได้ว่ามีคนจ้องมองฉันราวกับว่าฉันกำลังเดินเปลือยกาย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกแต่ในที่สุดแฟนหนุ่มของฉันก็สังเกตได้โดยที่ฉันยังไม่ทันพูดอะไร อิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากร 14 ล้านคนและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเมื่อเทียบกับคัปปาโดเซียซึ่งเป็นเมืองเล็กและมีความเป็นสากลน้อยกว่า เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาฉันอยู่ที่เมืองปรากแต่ก็ไม่เห็นมีใครมาจับจ้องอะไรเลย ด้วยเหตุนี้ฉันจึงสงสัยว่าทำไมผู้คนในเมืองอิสตันบูลถึงสนใจฉันเหลือเกิน

สิ่งน่าประหลาดใจเกี่ยวกับการเดินทางไปยังต่างประเทศในฐานะผู้หญิงผิวสี

2. เหมือนถูกตบหน้าเมื่อรู้ว่าบางคนมองแค่ว่าคุณคือคนผิวสี

วันแรกที่อิสตันบูลมีคนตะโกนเรียกฉันว่า “เฮ้ มิเชล โอบาม่า!” ไม่ใช่ว่าการถูกเปรียบเทียบกับสตรีหมายเลข 1 นั้นเป็นสิ่งไม่ดีนะ แต่ฉันรำคาญพวกที่มองเห็นคนผิวสีเป็นเหมือนกันหมด ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหัวเราะออกมา

3. หาข้อมูลว่าสถานที่ที่จะไปมีทัศนคติต่อคนเชื้อชาติอื่นอย่างไร

นี่เป็นเรื่องจริงที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนแต่จากนี้ไปฉันคงต้องทำแน่ๆ การเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะทำให้ฉันประสาทจะกลายเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากมายกับคนผิวสีที่จะเดินทางไปยังสถานที่เหล่านั้น และเมื่อมองไปรอบๆฉันก็พบว่าคนอื่นต่างก็เคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันกับฉันมาก่อน

ผู้หญิงผิวสี

4. ระมัดระวังตัวเมื่อเดินเที่ยวคนเดียว

ฉันรักการสำรวจสถานที่ต่างๆด้วยตัวเองโดยไม่สนว่าจะมีใครเดินทางไปด้วยไหม แต่หลังจากที่ค้นข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงผิวสีที่เดินทางในอิสตันบูลและพบว่าพวกเธอถูกรังเกียจ อีกทั้งไม่มีใครสนใจที่จะช่วยเหลือ ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

5. ต้องรู้จักเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่

ทุกครั้งที่มีคนมองฉัน ฉันก็มักจะหลอกตัวเองว่าคนอื่นมองฉันไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นคนผิวสี ฉันไม่ได้อายเชื้อชาติของตัวเองหรอกนะ ฉันภูมิใจมากกับการเป็นคนผิวสีและจะไม่มีวันเปลี่ยนสีผิวแน่นอน ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นมองข้ามส่วนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เช่นกัน

6. สงสัยว่าเจ้าของโรงแรมจะปฏิบัติต่อคุณอย่างไรโดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคู่รักต่างเชื้อชาติ

เป็นไปได้ว่าฉันกับแฟนหนุ่มอาจจะต้องเผชิญกับความกระตือรือร้นในการต้อนรับน้อยกว่าปกติ แต่โชคดีที่เราไม่พบปัญหาใดๆในโรงแรมที่เราพัก ที่สำคัญพนักงานในโรงแรมทั้งหมดก็ให้ความเอาใจใส่และต้อนรับเราสองคนเป็นอย่างดี

การเดินทางในฐานะผู้หญิงผิวสี

7. รู้ว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ฉันแทบจะไม่เห็นคนผิวสีในเมืองอิสตันบูลเลย นอกจากนี้การที่เราแบกกล้องขนาดใหญ่รวมถึงกระเป๋าหนังสือไปรอบๆคือการประกาศว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวนะ ปกติฉันไม่สนใจมิจฉาชีพที่มีเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวหรอก เพราะฉันรู้ว่าเรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนทุกเชื้อชาติ แต่ด้วยความเป็นคนผิวสีของฉันยิ่งทำให้คำว่า “เราคือนักท่องเที่ยว!” เด่นชัดกว่าคนอื่นเล็กน้อย

8. รู้สึกเหมือนว่าตัวเองคือตัวแทนของคนผิวสีที่ยังมีชีวิตอยู่

ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ที่ฉันพบไม่ได้มีปฏิกิริยากับคนผิวสีบ่อยๆ ฉันจึงรู้สึกเหมือนว่าตัวเองต้องทำตัวดี มีน้ำใจ หรือแม้แต่ต้องทิปหนักๆราวกับว่าคุณกำลังปฏิบัติภารกิจในนามของคนผิวสีทั้งโลก

9. ต้องการแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองแต่ไม่อยากแตกแยกกับเพื่อนคนอื่นๆที่ไม่ใช่คนผิวสี

หลังจากที่มีประสบการณ์แปลกๆ ฉันก็รู้สึกอยากส่งข้อความและเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนๆฟัง แต่ฉันก็ยังลังเลเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้สึกว่าฉันทำตัวเยอะ แต่โชคดีที่เพื่อนของฉันทั้งที่เป็นคนผิวสีและไม่ใช่ล้วนเป็นคนน่ารักและส่งตัวการ์ตูนเคลื่อนไหวมาช่วยสร้างสีสันให้กับฉันทันที

สิ่งน่าประหลาดใจเกี่ยวกับการเดินทางของผู้หญิงผิวสี

10. รับมือกับคนที่พยายามจะถ่ายรูปกับคุณ

ฉันได้เดินทางไปยังพระราชวังท็อปกาปีและจู่ๆก็มีครอบครัวหนึ่งเดินตรงมาหาเราพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ฉัน ฉันคิดว่าพวกเขาคงอยากให้เราถ่ายภาพให้ แต่ปรากฏว่าผู้หญิงคนหนึ่งในครอบครัวนั้นได้มายืนข้างๆฉันและยิ้ม ขณะที่คู่ของเธอก็เล็งกล้องมาที่ฉัน ฉันเข้าใจนะว่าฉันอาจเป็นของแปลกสำหรับใครบางคน ฉันอยากเป็นมนุษย์ล่องหนเหลือเกินเพื่อที่จะได้ไม่มีใครมาจ้องมองสามีของฉันขณะที่เขาเดินกับฉัน และนี่คือประสบการณ์ที่ฉันไม่อยากจะนึกถึงเลย

11. ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นคุณจากการสำรวจโลกได้

ฉันรู้สึกรำคาญ? ใช่ฉันไม่ปฏิเสธ แต่จะห้ามไม่ให้ฉันเดินทางไปทั่วโลกเหรอ ไม่มีทาง! ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้กับถนนที่คดเคี้ยวในย่านเบโยหลุของตุรกี หรือร้านขายสบู่อินทรีย์และของใช้ในบ้านที่ทำจากไม้ หรือการเดินป่าขึ้นเขาเพื่อลิ้มรสอาหารบนยอดเขาของอิสตันบูล ฉันไม่มีวันทิ้งความฝันในการท่องเที่ยวเพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอก!

Blogger : Zahra Barnes

Source : self.com