Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

The 5 Best Places to Travel Alone in 2017
5 ประเทศที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคนเดียวในปี 2017

ประเทศที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคนเดียว

ไม่ว่าคุณจะออกเดินทางไปแสวงบุญซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Eat Pray Love หรือผจญภัยตามลำพังในดินแดนที่ห่างไกล รู้หรือไม่ว่าผู้หญิงทุกคนควรหาประสบการณ์ในการเที่ยวคนเดียวที่มีทั้งความสนุกและอิสระอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เลสลี่ย์ เมอร์ฟี่ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวกล่าวว่า “ความเข้าใจผิดข้อแรกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพียงคนเดียวคือคุณจะรู้สึกเหงา ผิดค่ะเพราะฉันได้พบปะผู้คนมากมายระหว่างการเดินทางคนเดียวมากกว่าตอนที่ไปกับเพื่อนๆหรือคนอื่นๆเสียอีก ฉันต้องออกมาจากอาณาเขตแห่งความสบายของตัวเองแต่ก็ได้แลกกับการไปเที่ยวในที่ที่อยากไปและไปเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันมีอิสระอย่างเต็มที่” เราได้รวบรวมสถานที่ที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวตามลำพังในปี 2017 เพื่อให้คุณเริ่มต้นวางแผนลาพักร้อนกันได้แล้ว

ไทย

พอลลีน ฟรอมเมอร์แห่งหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังกล่าวว่า “ประเทศไทยเพิ่งผ่านช่วงเวลาอันแสนสาหัส เมื่อสองปีก่อนไม่ค่อยมีใครมาเที่ยวเมืองไทยเนื่องจากการรัฐประหาร แต่ฉันว่าตอนนี้ความกลัวอันตรายได้หายไปหมดสิ้นแล้ว” ประเทศนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวแบกเป้ที่เพิ่งจบใหม่ อย่างไรก็ตามเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ในหลวงภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในห้วงเวลาโศกเศร้ายาวนานตลอดทั้งปี แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ยังปรารถนาที่จะมาเปิดหูเปิดตา ณ ประเทศแห่งนี้โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2017 ผู้ที่มาท่องเที่ยวเพียงลำพังมักจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและใครก็ตามที่มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกต้องไม่พลาดกรุงเทพซึ่งเป็นมหานครแห่งประวัติศาสตร์และวัดวาอารามผสมผสานกับความทันสมัย ขณะที่เชียงใหม่กับเชียงรายก็เป็นเมืองเล็กๆแต่ก็ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือน

แคนาดา

แคนาดาเป็นประเทศที่สวยงามและมนุษยสัมพันธ์ดีซึ่งเหมาะแก่การไปท่องเที่ยวตามลำพัง ตลอดทั้งปี 2017 นี้จะมีการเฉลิมฉลองพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 150 ปีของประเทศแคนาดาด้วย ที่นี่ไม่มีอุปสรรคด้านภาษาเลยเพราะประชากรแคนาดามีความเป็นมิตรมาก ข้อดีอีกอย่างคือหากคุณเป็นชาวอเมริกันค่าเงินดอลลาร์ของคุณก็สามารถใช้ได้กับที่นี่ด้วย หากมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกก็จะมีงานฉลองครบรอบ 375 ปีของเมืองมอนทรีออลและนิทรรศการศิลปะที่พิพิธภัณฑ์แมคคอร์ดกับพิพิธภัณฑ์ประณีตศิลป์มอนทรีออลและการแสดงซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อให้ความรู้ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แก่นักท่องเที่ยว

เกาหลีใต้

ในปี 2018 เมืองพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งที่ 23 และในไม่ช้าก็จะมีนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศพากันหลั่งไหลเข้ามา อุปสรรคด้านภาษาอาจทำให้นักท่องเที่ยวที่พูดภาษาอังกฤษส่วนใหญ่รู้สึกยุ่งยาก อย่างไรก็ตามคุณควรหาเวลาไปเที่ยวงานเทศกาลดอกบัวซึ่งจัดขึ้นทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพุทธเจ้า (ปีนี้จัดขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายน) คุณจะได้เห็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชุมนุมกันบนถนนหลายสายในกรุงโซลเพื่อปล่อยโคมนับพันๆดวงขึ้นสู่ท้องฟ้าจนสว่างไสวไปทั่วเมือง

โคลอมเบีย

โคลอมเบียเคยขึ้นชื่อในเรื่องว่าเป็นประเทศที่สุดแสนอันตรายแต่ล่าสุดกลับกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าไปเยือนมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพียงลำพัง โคลอมเบียเป็นประเทศที่วิเศษและเต็มไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ เช่น เทือกเขาแอนดีส ไร่กาแฟ และป่า เป็นต้น นอกจากนี้โคลอมเบียยังมักจะจัดเทศกาลสำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็นคาร์นิวัลแบล็กแอนด์ไวท์ซึ่งสื่อถึงความปรองดองระหว่างเชื้อชาติ เทศกาลดอกไม้เมเดยิน และคาร์นิวัลบาร์รันกียาซึ่งเกี่ยวกับดนตรีและการเต้น ขณะเดียวกันชายฝั่งการ์ตาเคนาอินเดียสมักจะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาเพื่อรับประทาน ดื่ม และเต้นรำตลอดทั้งวันทั้งคืนด้วย

ฝรั่งเศส

ผู้คนจำนวนมากกลัวการมาปารีสเนื่องจากเหตุการณ์ที่เคยถูกโจมตี แต่ขอบอกเลยว่าตอนนี้เป็นเวลาเหมาะที่จะไปเยือนแล้วเนื่องจากการท่องเที่ยวของฝรั่งเศสเสียหายไปถึงร้อยละ 30 ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์มากมาย รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารนานาชนิดอยู่ทั่วทุกมุมถนน ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพียงลำพังจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางดินแดนแห่งแสงสีอย่างแน่นอน แถมยังเหมาะสำหรับผู้หญิงมากที่สุดด้วย นอกจากนี้เมืองนีซยังเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุด ที่นี่มีทั้งหาดทรายขาวสะอาดและทัศนียภาพอันสวยงาม นีซเป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากปารีสและยังเป็นประตูเปิดไปสู่เมืองริเวียร่าซึ่งอุดมไปด้วยอาหารอร่อยนับไม่ถ้วน สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบไวน์ควรรีบมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมืองบอร์กโดซ์ซึ่งเป็นเมืองท่าที่คราคร่ำไปด้วยสีสัน

Blogger : Jamie Lincoln

Source : vogue.com