Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Common Foundation Mistakes That Are Ruining Your Makeup
14 ข้อผิดพลาดของการรองพื้นที่ทำลายการแต่งหน้าของคุณ

ข้อผิดพลาดของการรองพื้นที่ทำลายการแต่งหน้า

ลืมอายไลเนอร์คมกริบไปได้เลยหรือการคอนทัวร์โหนกแก้มสุดเนี้ยบเนื่องจากองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการแต่งหน้าคือรองพื้นต่างหาก รองพื้นที่ดูเป็นธรรมชาติไร้ที่ติคือจุดเริ่มต้นที่สุดยอดแต่คนเราส่วนใหญ่มักจะทำพฤติกรรมแย่ๆจนทำให้การแต่งหน้าต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ตั้งแต่การเลือกเฉดสีผิดไปจนถึงรองพื้นแห้งและแตกลอก เอาล่ะนี่คือข้อผิดพลาดที่เราทุกคนมักจะเจอบ่อยๆรวมถึงวิธีแก้ไขจากบรรดาสุดยอดช่างแต่งหน้าในวงการ

1. เลือกเฉดสีไม่ถูกต้อง

ตั้งแต่การเลือกเฉดสีส้มมากเกินไปจนทำให้ผิวกลายเป็นสีเทา รู้ไหมว่ารองพื้นผิดเบอร์อาจทำลายลุคการแต่งหน้าของคุณได้ ดังนั้นคุณควรเลือกสีรองพื้นให้เหมาะกับสีผิวของคุณ วิธีที่ดีที่สุดในการทดสอบเฉดสีรองพื้นคือต้องอยู่ในแสงธรรมชาติ แต้มจากส่วนบนของแก้มไปตามแนวขากรรไกรเพื่อดูว่าสีนี้เหมาะกับทั้งใบหน้าหรือไม่ รองพื้นจะทำปฏิกิริยากับผิวและมีการเปลี่ยนสี

2. ทารองพื้นมากเกินไป

คนส่วนใหญ่คิดว่าควรทารองพื้นให้ทั่วทั้งใบหน้าแต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้น เราควรทารองพื้นเฉพาะบริเวณที่ต้องการและเกลี่ยให้เรียบเนียน เช่น บริเวณที่มีรอยแดง ผิวคล้ำ และจุดด่างดำต่างๆ เมื่อพูดถึงการทารองพื้นเราควรเริ่มจากตรงกลางออกไปด้านนอกเพื่อไม่ให้มีคราบสะสมตามแนวไรผม อย่างไรก็ตามอย่าทารองพื้นหนาเกินไปจนมองไม่เห็นผิวจริง

3. มองข้ามโทนสีผิวของตัวเอง

คุณจะเลือกผลิตภัณฑ์ได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้นหากรู้ว่าผิวของคุณเป็นผิวโทนเย็นหรือผิวโทนร้อน ผิวโทนเย็นคือสีผิวอมชมพูหรือซินนามอนและควรเลือกรองพื้นที่โทนเย็นกว่า เช่น บรอนเซอร์สีซินนามอน หรือแม้แต่อายแชโดว์โทนสีเทา ส่วนผิวโทนร้อนควรเลือกรองพื้นโทนสีเหลือง บรอนเซอร์สีทอง และอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลหม่น

ข้อผิดพลาดของการรองพื้น

4. เตรียมผิวไม่ดีก่อนทารองพื้น

หากผิวของคุณแห้งอาจทำให้รองพื้นเกาะติดกับผิวและแตกเป็นแผ่นๆ ดังนั้นการทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกต่างๆรวมถึงการบำรุงผิวทุกคืนจะทำให้เราสามารถเกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น เคล็ดลับที่สำคัญอย่างหนึ่งคือคุณต้องอดทน หากคุณทาเซรั่ม มอยส์เจอไรเซอร์ ครีมรอบดวงตา และรองพื้น คุณต้องรอสัก 1 นาทีเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างซึมซาบลงสู่ผิวหนังก่อนซึ่งคุณจะใช้เวลานั้นทำความสะอาดฟองน้ำก็ได้! นอกจากนี้หากคุณมีงานพิเศษในคืนนั้นคุณไม่จำเป็นต้องทารองพื้นเพิ่ม เพียงพ่นสเปรย์น้ำแร่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังเบาๆ เพื่อหลีกเลี่ยงรองพื้นหนาและจับตัวเป็นก้อน

5. ไม่ทาไพรเมอร์ก่อนลงรองพื้น

ไพรเมอร์จะทำให้เครื่องสำอางของคุณติดทนและดูสดชื่นตลอดทั้งวันเนื่องจากมันมีหน้าที่คล้ายกับกำแพงกั้นระหว่างผิวหนังกับเครื่องสำอาง เช่น หากคุณมีผิวมันไพรเมอร์จะขัดขวางไม่ให้น้ำมันซึมผ่านและทำให้เครื่องสำอางหลุดลอก แต่ถ้าคุณมีผิวแห้งมันจะขัดขวางไม่ให้ผิวหนัง “ดูด” รองพื้น มิฉะนั้นสีผิวของคุณจะดูกระดำกระด่างและไม่เสมอกัน

6. ไม่ทำให้เครื่องสำอางเซ็ตตัว

การทำให้เครื่องสำอางเซ็ตตัวมีส่วนสำคัญในการทำให้รองพื้นติดทนนานตลอดทั้งวัน บางคนอาจใช้พัฟฟ์แป้งและปัดแป้งฝุ่นลูสพาวเดอร์เข้าไปในบริเวณทีโซนซึ่งเป็นส่วนที่มันที่สุด อย่างไรก็ตามคุณควรทำให้เซ็ตตัวเฉพาะบริเวณที่ต้องการและทาไฮไลท์บนตำแหน่งที่สูงของใบหน้า เช่น เหนือโหนกแก้ม และปัดแป้งน้อยลง ที่สำคัญคุณควรเลือกรองพื้นที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของตัวเองเพื่อให้เครื่องสำอางเซ็ตตัวได้อย่างเหมาะสม แต่ถ้าไม่ต้องการความมันเงาบนผิวหน้าคุณสามารถใช้กระดาษซับมันเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมผลิตภัณฑ์เข้าไปอีก

รองพื้น

7. รองพื้นติดอยู่ตามแนวไรผม

นี่คือปัญหาที่น่ารำคาญของผู้ที่มีผมสีเทาหรือสีบลอนด์เนื่องจากรากผมของคุณจะดูเหมือนว่ามีรองพื้นติดอยู่ คุณควรทารองพื้นโดยเริ่มจากตรงกลางใบหน้าและเกลี่ยออกด้านนอกซึ่งพอมาถึงตามแนวไรผมและขากรรไกรก็จะไม่มีผลิตภัณฑ์เหลืออยู่บนแปรงมากเท่าไหร่แล้ว

8. รองพื้นไม่กลมกลืนกับคอ

คุณควรเลือกรองพื้นให้ตรงกับโทนสีผิวมิฉะนั้นคุณจะดูเหมือนกับว่ากำลังสวมหน้ากากอยู่ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการมีหน้าสีหนึ่งและคออีกสีหนึ่ง อย่างไรก็ตามอย่าเลือกรองพื้นที่เข้มกว่าสีผิวเนื่องจากสีผิวจะเข้มขึ้นอีกหลังจากที่ทาบรอนเซอร์

9. ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะกับการทารองพื้น

คุณควรเลือกแปรงเนื่องจากมันไม่อุ้มน้ำเหมือนกับฟองน้ำและเป็นตัวเลือกที่ถูกสุขลักษณะมากที่สุดด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกแปรงหรือฟองน้ำคุณก็ควรใช้ปลายนิ้วเกลี่ยรองพื้นหลังจากที่ทาลงไปเสมอเพื่อลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ข้อผิดพลาดของการใช้รองพื้น

10. ไม่เลือกสูตรที่ดีที่สุดสำหรับสภาพผิวของตัวเอง

รองพื้นทุกวันนี้มีหลายสูตรตั้งแต่ชนิดเหลว แป้ง มูส และเจล แต่คุณจะเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์หากสูตรเหล่านั้นไม่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ สำหรับผิวแห้งควรเลือกชนิดเหลวหรือครีมเพื่อเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวหนังตลอดทั้งวัน สำหรับผิวมันและผิวผสมควรเลือกชนิดแป้งหรือเหลวที่มีส่วนผสมของน้ำหรือปราศจากน้ำมันซึ่งจะช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินและสร้างความสมดุลให้แก่ผิวตลอดทั้งวัน

11. ไม่สนใจว่าเนื้อรองพื้นแบบใดที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

นี่คือเนื้อรองพื้นที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดซึ่งมีตั้งแต่เนื้อแมตต์ เนื้อซาติน เนื้อมุก ไปจนถึงเนื้อเชียร์ ผู้ที่มีผิวมันส่วนใหญ่จะชอบเนื้อแมตต์ ส่วนผู้ที่มีผิวแห้งจะชอบเนื้อมุก แต่อันที่จริงคุณจะใช้รองพื้นเนื้อแบบใดก็ได้ตราบที่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง

12. คุณทำความสะอาดอุปกรณ์ไม่บ่อยพอ

การไม่ทำความสะอาดอุปกรณ์ทารองพื้นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจาย ดังนั้นคุณจึงต้องทำความสะอาดแปรงทุกครั้งหลังจากที่ใช้ แปรงกับฟองน้ำคือแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย คุณสามารถใช้สบู่เหลวฆ่าเชื้อเนื่องจากมันจะขจัดคราบมันจากรองพื้นได้อย่างง่ายดาย หากเป็นแปรงขนสังเคราะห์ก็สามารถใช้สบู่เหลวฆ่าเชื้อได้ ส่วนแปรงขนสัตว์ขอแนะนำให้ใช้แชมพูและครีมปรับสภาพผม

การใช้รองพื้น

13. ส่วนผสมบางอย่างอาจทำให้ใบหน้าลอย

คุณเคยถ่ายรูปเปิดแฟลชแล้วเห็นจุดขาวๆบนใบหน้าของคุณในรูปไหม? ดูเหมือนว่าต้นเหตุจะมาจากครีมกันแดด ยิ่งค่า SPF สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งขาวเนื่องจากส่วนผสมซิงค์ออกไซด์กับไทเทเนียมไดออกไซด์ที่อยู่ในนั้น บางครั้งก็เป็นแป้งแร่ธาตุ ขณะเดียวกันก็ต้องระวังซิลิก้าและไมก้าเช่นกัน

14. ทาคอนซีลเลอร์ใต้รองพื้น

ทั้งรองพื้นและคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตาอาจจับตัวกันเป็นก้อนและทำให้สังเกตเห็นริ้วรอยชัดเจนขึ้น หากคุณทาคอนซีลเลอร์ก่อน คอนซีลเลอร์จะหลุดไปเมื่อคุณทารองพื้น ดังนั้นอย่าทารองพื้นมากเกินไป การทาคอนซีลเลอร์หลังรองพื้นจะทำให้คุณเห็นว่าตำแหน่งใดที่สามารถทารองพื้นเพิ่มเพื่อปกปิดเงาได้อีก และถ้าคุณรู้สึกว่ามีการจับตัวกันเป็นก้อนใต้ดวงตาเพียงแต้มครีมบำรุงดวงตาไว้บนหลังมือ จากนั้นก็ค่อยๆใช้นิ้วทาทับลงไปบนคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตา

Blogger : Hanna Ibraheem

Source : goodhousekeeping.co.uk