Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ควรไหม? เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
ที่ปลอดสารซัลเฟต

ควรไหม ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปลอดสารซัลเฟต

คุณอาจตรวจสอบฉลากโภชนาการของอาหารที่คุณซื้อ ทว่าคุณกลับไม่ค่อยอ่านรายชื่อส่วนผสมที่อยู่ด้านหลังของขวดแชมพูและครีมนวดผม และบ่อยครั้งที่เราจงรักภักดีกับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่เราเคยใช้มานานรวมถึงมองข้ามสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกลิ่นหอมๆของแชมพูกับทรีทเม้นท์เหล่านั้น (ยังไม่รวมถึงส่วนผสมที่ส่งผลกระทบต่อเส้นผม)

ซัลเฟตเป็นสารเคมีที่นิยมใช้ในแชมพูและครีมนวดผม คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบของสารซัลเฟตในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ดังนั้นเราจะบอกให้คุณรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสารซัลเฟตและควรเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปลอดสารซัลเฟตเพื่อเส้นผมของคุณ

ซัลเฟตคืออะไรและเหตุใดจึงเป็นอันตรายสำหรับบางคน?

ซัลเฟตเป็นสารที่แฝงมาในแชมพูมากพอๆกับสารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต (SLS) หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมในอเมริกาได้จัดอันดับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายและส่วนผสมต่างๆ ปรากฏว่าสารซัลเฟตมีอันตรายโดยรวมต่ำหากใช้ในปริมาณที่น้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลข้างเคียงจากการใช้สารซัลเฟตจำนวนมากอาจทำให้ผิวหนัง ตา และปอดเกิดการระคายเคือง การศึกษาชี้ว่าสารซัลเฟตปริมาณเล็กน้อยในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมนั้นไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่การเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปลอดสารซัลเฟตจะช่วยทำให้สุขภาพเส้นผมดีขึ้น คุณสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ดังต่อไปนี้

1. ควบคุมความหยิกและคงสภาพลอนคลื่นของเส้นผมได้

หากคุณมีผมหยิกตามธรรมชาติหรือผมลอน คุณควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารซัลเฟตเนื่องจากซัลเฟตจะทำให้รูขุมขนยกขึ้นซึ่งทำให้ผมหยิก การเปลี่ยนมาใช้แชมพูปลอดสารซัลเฟตจะช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะ รูขุมขนเรียบ และเพิ่มความเงางาม โดยทั่วไปแชมพูที่ติดฉลากว่าปลอดสารซัลเฟตจะมีสารซักฟอกรุนแรงน้อยและมีส่วนผสมจากพืชสมุนไพรที่บำรุงผิวตามธรรมชาติในระดับสูง แชมพูปลอดสารซัลเฟตจะมีความอ่อนโยนกว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดปกติซึ่งเป็นเหตุผลที่ใช้ได้ผลดีกับผมหยิกตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ปลอดสารซัลเฟตจะไม่มีฟองเยอะต่างจากแชมพูและครีมนวดผมทั่วไป แต่ผมหยิกของคุณจะดูดี เด้งสวย และแข็งแรง

2. บำรุงเส้นผมได้ยาวนาน

หากคุณเคยบำรุงผมหรือยืดผมถาวร ผลิตภัณฑ์ปลอดสารซัลเฟตจะทำให้เส้นผมของคุณดูดีและแข็งแรงยาวนานหลังการบำรุงรักษา คุณจึงประหยัดทั้งเงินและเวลาในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรมองหาแชมพูที่ปลอดสารซัลเฟตและมีส่วนผสมอย่างสารสกัดจากสมุนไพรซึ่งทำให้เส้นผมดูมีสุขภาพดี เช่น โรสแมรี่ ตำแย หญ้าหางม้า และดอกคาโมมายล์ คุณอาจเพิ่งบำรุงเส้นผมด้วยเคราตินเป็นครั้งแรกและอยากให้ผมตรงนุ่มสลวยยาวนาน หรืออาจแค่ต้องการบำรุงเส้นผมที่แห้งเสียจากสารเคมี อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงสารซัลเฟตจะทำให้คุณประหยัดได้ทั้งเงินและเวลาในระยะยาวอย่างมหาศาล

3. ผมย้อมจะมีสีสันสดใสและติดทนกว่า

ไม่ว่าจะเป็นการไฮไลท์หรือทำผมสีรุ้งทั้งศีรษะ ผลิตภัณฑ์ปลอดสารซัลเฟตจะใช้ได้ผลดีกว่าในการรักษาสีไม่ให้ซีดจางเมื่อเทียบกับแชมพูและครีมนวดผมธรรมดา สารซัลเฟตถูกนำมาใช้ในแชมพูเนื่องจากมีฤทธิ์ในการชะล้างที่รุนแรงและบางครั้งก็อาจจะรุนแรงเกินไปโดยเฉพาะกับผมย้อมสี แชมพูปลอดสารซัลเฟตจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ทำสีผมเนื่องจากทั้งอ่อนโยนและไม่ทำให้สีหลุดลอกหรือเกิดความเสียหาย

4. ผิวกายยังได้รับประโยชน์อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปลอดสารซัลเฟตนอกจากจะอ่อนโยนต่อหนังศีรษะแล้ว ผิวกายของคุณอาจจะได้รับประโยชน์จากสูตรอ่อนโยนอีกด้วย เรามักไม่สนใจอันตรายจากแชมพูซึ่งอาจไหลไปตามใบหน้า ลำคอ และไหล่ ขณะที่ความอันตรายต่อผิวหนังก็ขึ้นอยู่กับส่วนผสมภายในนั้น งานวิจัยหนึ่งกล่าวว่าแชมพูที่มีสารซัลเฟตอาจก่อให้เกิดปัญหาสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายอย่างโรคผิวหนังหรือหนังศีรษะบอบบาง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปลอดสารซัลเฟตโดยเฉพาะผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบางและโรคผิวหนังอย่างผื่นผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน หรือผิวแห้งง่าย ทั้งนี้โดยเฉลี่ยผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบางจะมีอยู่ราวๆร้อยละ 40

การเปลี่ยนจากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทั่วไปไปเป็นสูตรปลอดซัลเฟตเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆที่จะทำให้เส้นผมของคุณแข็งแรงขึ้น ได้รับการบำรุงรักษาถาวร และช่วยให้ผิวกายและหนังศีรษะไม่มีอาการระคายเคือง ดังนั้นคราวหน้าถ้าคุณกำลังมองหาแชมพูโปรดเลือกสูตรปลอดสารซัลเฟต แล้วเส้นผมของคุณก็จะมีสุขภาพดี!

Blogger : Darcy Schild

Source : hercampus.com