Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

This Is What Happens to Your Skin When You Fly
จะเกิดอะไรขึ้นกับผิวของคุณในยามที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน

จะเกิดอะไรขึ้นกับผิวในยามที่เดินทางโดยเครื่องบิน

การเดินทางสามารถทำลายผิวได้อย่างน่ากลัวโดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางโดยเครื่องบินแคบๆ ตั้งแต่สภาพอากาศที่อุดอู้ไปจนถึงภาวะขาดน้ำ การดูแลผิวให้อยู่ในสภาพดีคือสิ่งสำคัญ ดังนั้นคุณควรเรียนรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผิวหน้าของคุณในยามที่เดินทางโดยเครื่องบินรวมถึงวิธีแก้ไขด้วย

1

ผิวแห้งจะยิ่งแห้งมากขึ้น ด้วยระดับความสูงบวกกับมลพิษในอากาศที่หมุนเวียนอยู่ภายในเครื่อง (อี๋!) หมายความว่าผิวหน้าของคุณต้องการความชุ่มชื้นมากกว่าปกติ ภาวะขาดน้ำรุนแรงจะทำให้ผิวหนังชั้นนอกกับเกราะป้องกันผิวแห้งและแตกจนมีอาการระคายเคือง บวมแดง ริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น และหมองคล้ำ คุณควรพกสเปรย์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้าติดตัวมาด้วยและอย่าลืมมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวเมื่อคุณต้องลงจากเครื่อง

2

ผิวจะอ่อนแอกับมลพิษหรือเชื้อแบคทีเรียชนิดใหม่ๆ ทางที่ดีควรใช้ทิชชู่เปียกสำหรับใบหน้า Skinfix Facial Cleansing Cloths (ราคา 10 เหรียญสหรัฐ) ในการทำความสะอาดผิวบ่อยๆ และใช้ทิชชู่เปียกอเนกประสงค์ Lysol Disinfecting Wipes (ราคา 4 เหรียญสหรัฐ) เช็ดทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าคุณปลอดภัยจากเชื้อแบคทีเรีย

3

การปกป้องผิวก่อนขึ้นเครื่องบินเป็นสิ่งสำคัญ คุณควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก่อนขึ้นเครื่องบินเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นมิฉะนั้นผิวหน้าของคุณอาจดูหมองคล้ำและแห้งตึง เช่น เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้นที่มีส่วนประกอบของโซเดียม ไฮยาลูรอเนต ขอแนะนำ CeraVe Moisturizing Cream (ราคา 16 เหรียญสหรัฐ)

4

การดื่มเหล้าจะทำให้ผิวแดงและหมองคล้ำ รู้ไหมว่าการดื่มแอลกอฮอล์จะยิ่งทำให้ผิวหน้าในระหว่างการเดินทางของคุณนั้นแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นภาวะขาดน้ำรุนแรง ผิวแห้ง แดง และมีริ้วรอยเหี่ยวย่นเพิ่มขึ้น ทางที่ดีคุณควรดื่มน้ำแร่ธรรมชาติกับมะนาวและควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เต็มไปด้วยโซเดียมเนื่องจากจะทำให้ผิวของคุณยิ่งดูแย่ลง ลองใช้แผ่นบำรุงหรือสลีปปิ้งมาสก์บนเครื่องบินเพื่อให้ผิวหน้าสดชื่นในยามที่ต้องลงจากเครื่อง แต่ถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา ขอแนะนำสลีปปิ้งมาส์กชนิดเจลที่จะช่วยบรรเทารอยแดง รับรองว่าคุณจะต้องลงจากเครื่องด้วยดวงตาที่สดใสไม่ว่าการเดินทางจะตึงเครียดหรืออาหารอุดมไปด้วยโซเดียมมากขนาดไหน

Blogger : Beth Wischnia

Source : brit.co