Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Things Dermatologists Would Never Put On Their Skin
7 ผลิตภัณฑ์ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังไม่เคยคิดที่จะลอง

ผลิตภัณฑ์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังไม่คิดที่จะลอง

หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังก็ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อขอคำปรึกษาในการดูแลผิว แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าพวกเขาปกป้องผิวของตัวเองอย่างไร? พวกเขาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อะไร? หรือที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขาไม่ใช้อะไร? หากพร้อมแล้วก็เลื่อนลงไปดูได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ 7 อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังพยายามหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง?

1. สเปรย์กันแดด

ผลิตภัณฑ์ที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังไม่เคยคิดที่จะลอง

สเปรย์กันแดดอาจเป็นเหมือนพรจากฟ้าสำหรับผู้ที่เกลียดการทาโลชั่น ทว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายกลับไม่แนะนำเนื่องจากสเปรย์ให้ความหนาไม่เท่ากับระดับ SPF ที่ถูกระบุไว้บนขวดโดยครึ่งหนึ่งจะสลายไปกับอากาศและแทบไม่หลงเหลืออยู่บนผิวหนังของคุณเลย บางคนอาจมองว่าสเปรย์กันแดดเหมาะที่จะใช้กับบริเวณข้อพับ ขา หน้าอก และหลัง แต่ไม่ควรใช้บริเวณใบหน้าเด็ดขาดเนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ดวงตา

2. น้ำมันเปลี่ยนสีผิวให้เข้มขึ้น

น้ำมันเปลี่ยนสีผิวให้เข้มขึ้น

สำหรับผู้ที่ชอบชโลมน้ำมันแล้วไปอาบแดด เรามีข่าวร้ายมาฝาก น้ำมันเปลี่ยนสีผิวเหล่านี้มักจะมีค่า SPF ต่ำ (SPF 4 ที่ไม่สามารถปกป้องคุณจากรังสีของดวงอาทิตย์ได้!) และยังทำให้รูขุมขนของคุณอุดตันได้ด้วย

3. ครีมกันแดดเคมี

ครีมกันแดดเคมี

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรใช้ครีมกันแดดแบบ Physical แทนเนื่องจากครีมกันแดดเคมีอาจทำให้ระคายเคืองผิวได้มากกว่า ครีมกันแดดแบบ Physical จะอ่อนโยนต่อผิวและสามารถสะท้อนรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตกลับไปได้

4. โทนเนอร์ปรับสภาพผิว

โทนเนอร์ปรับสภาพผิว

ทำความสะอาด โทนเนอร์ปรับสภาพผิว ให้ความชุ่มชื้น..ซึ่งเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการดูแลผิวที่คุณรู้จักมานานแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับเปิดเผยว่าพวกเขาไม่เคยใช้โทนเนอร์เลยเนื่องจากมองว่าไม่จำเป็น โทนเนอร์ส่วนใหญ่มีแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้ผิวแห้ง (แต่อาจไม่เป็นไรถ้าคุณมีผิวมัน) คุณสามารถใช้น้ำกุหลาบในตอนเช้าก่อนทาวิตามินซีและครีมกันแดด น้ำกุหลาบจะช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและบรรเทาอาการอักเสบได้เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินกับสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามโทนเนอร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แล้วและสามารถปรับสภาพผิวให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น ที่สำคัญไม่ทำให้ผิวแห้งด้วย

5. สารพาราเบน

สารพาราเบน

สารพาราเบนมักจะนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมความงามซึ่งช่วยจำกัดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ สารพาราเบนที่ถูกนำไปใช้มากที่สุดได้แก่ เมทิล เอทิล โพรพิล และบูทิลซึ่งพบได้บ่อยในมอยส์เจอไรเซอร์ รองพื้น และครีมชะลอริ้วรอยแห่งวัย หลายปีมานี้สารพาราเบนมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดี แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าพวกมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก็พยายามเตือนให้หลีกเลี่ยง

6. สบู่โรงแรม

สบู่โรงแรม

คุณอาจไม่ทันคิดเมื่อเห็นสบู่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ในห้องน้ำของโรงแรม แต่รู้ไหมว่าอันที่จริงสบู่เหล่านี้ไม่ดีต่อสุขภาพผิวหรอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณนำไปใช้กับผิวหน้า สบู่โรงแรมจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองผิวเนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำหอมหนักมาก ทางที่ดีคุณควรพกสบู่ไปเอง

7. สครับขัดผิว

สครับขัดผิว

ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่มีไมโครบีดส์กลายเป็นสิ่งต้องห้ามในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2015 นั่นเป็นเพราะการขัดผิวอย่างรุนแรงนั้นไม่ดีต่อผิวของคุณ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวชนิดเคมีแทนอย่างไกลโคลิกหรือส่วนผสมที่สามารถผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปได้ นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้แปรงขัดผิวอย่าง Clarisonic ด้วย คุณสามารถใช้เรตินอลในตอนกลางคืนแทนได้เนื่องจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญอย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน

Blogger : Julia Brucculieri

Source : huffingtonpost.com