Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

การเสริมสวยแบบธรรมชาตินี้
ที่อาจมาแทนที่โบท็อกซ์และฟิลเลอร์

การเสริมสวยที่อาจมาแทนที่โบท็อกซ์และฟิลเลอร์

บางครั้งการบำรุงผิวก็ไม่ต่างจากการเล่นกลเพราะดูดีเกินกว่าที่จะเป็นจริงใช่ไหม? เอาล่ะขอแนะนำการปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอย การใช้เครื่องส่งพลังงานคลื่นความถี่ต่ำเข้าสู่ผิวจะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทั้งอ่อนโยนและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังไม่มีข้อเสียและไม่มีการใช้สารเคมีด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ชอบโบท็อกซ์และต้องการให้ผิวมีสุขภาพดีสุดๆ (อย่างฉันนั่นเอง!)

ล่าสุดฉันได้แวะไปหา Shamara Bondaroff ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและผู้ก่อตั้ง SB Skin เพื่อทดสอบบริการปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำด้วยตัวเอง ปรากฏว่าฉันพอใจมากกับผิวหน้าที่เปล่งปลั่ง อย่างไรก็ตามคุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วีดีโอนี้

อะไรคือการปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำ?

การปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำเป็นขั้นตอนการรักษา ซ่อมแซม และฟื้นฟูเซลล์ผิวด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆเพื่อกระตุ้นผิวและกล้ามเนื้อบนใบหน้า ก่อนหน้านี้แพทย์ทางเลือกยังมีการนำมาใช้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บรวมถึงความเสียหายของเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูกที่หักมานานกว่าศตวรรษแล้ว กระแสคลื่นความถี่ต่ำจะช่วยกระตุ้นการผลิตกรดอะมิโนและอะดีโนซีนไตรฟอสเฟตในร่างกายซึ่งจะเร่งการซ่อมแซมเซลล์และผลิตเซลล์ที่แข็งแรง โดยพื้นฐานผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจะใช้เครื่องผลักกระแสไฟฟ้าให้กระจายไปทั่วใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยว่านหางจระเข้ จากนั้นก็ใช้ไม้กายสิทธิ์ร่ายมนตร์ตั้งแต่ขากรรไกรไปจนถึงไรผม ไม่นานทุกส่วนบนใบหน้าของฉันก็รู้สึกได้ถึงความแน่นกระชับจริงๆ

 

A post shared by laurenlevinson (@laurenlevinson) on

ขั้นตอนการรักษามีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนแรกคือการทำความสะอาดผิวเพื่อขจัดน้ำมัน สิ่งสกปรก และเครื่องสำอางออกไป (มาตรฐาน) จากนั้นก็ทาเจลว่านหางจระเข้ซึ่งจะช่วยนำประจุไฟฟ้าอ่อนๆให้สามารถเดินทางผ่านผิวหนังได้และทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น จากนั้นก็จะมีการนวดเบาๆตามด้วยการบำบัดด้วยแสง LED ประมาณ 10 นาทีและทาเซรั่มอีกครั้งก่อนที่จะใช้กระแสคลื่นความถี่ต่ำเพื่อผลักเซรั่มลงสู่ผิว ปิดท้ายด้วยครีมบำรุงและการนวดหน้าโดยกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง

 

A post shared by Shamara Bondaroff (@sb_skin) on

การบำบัดด้วยแสง LED แก้ปัญหาได้อย่างไร?

แม้ว่าในทางทฤษฎีการบำบัดด้วยแสง LED จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำแต่ก็จะช่วยทำให้ผลลัพธ์ดูดีขึ้น การบำบัดด้วยแสง LED คือการส่งพลังงานเข้าสู่ผิวผ่านชิปคอมพิวเตอร์ที่ห่อหุ้มด้วยเรซินและขึ้นอยู่กับความยาวคลื่นและสีของพลังงานแสงในการรักษาและซ่อมแซมผิว การบำบัดด้วยแสง LED เป็นอีกหนึ่งวิธีในการต่อต้านริ้วรอยและสามารถทำงานร่วมกับกระแสคลื่นความถี่ต่ำได้อย่างดีเยี่ยม การบำบัดนี้จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ปรับปรุงสภาพผิวและสีผิวให้ดีขึ้น ที่สำคัญยังช่วยรักษาสิวและลดเลือนความหมองคล้ำด้วย

ประโยชน์ของการปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำ

การดูแลรักษาแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการคาร์ดิโอหรือการบริหารผิวหน้าซึ่งจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของคุณกระชับและปราศจากไขมัน นี่คือคุณประโยชน์อันมหาศาลของการปรับกระชับผิวหน้าด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำ

  • ปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น (สีผิว ความเรียบเนียน ความเปล่งปลั่ง)
  • กระชับแก้มและคิ้ว
  • ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
  • ลดรอยหมองคล้ำและอาการบวมใต้ตา
  • ช่วยในเรื่องการระบายน้ำเหลือง
  • เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
 

A post shared by Shamara Bondaroff (@sb_skin) on

เมื่อไหร่จึงจะเห็นผล?

คุณจะเห็นผลลัพธ์ทันทีจากการรักษาเพียงครั้งเดียวซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้จะอยู่ได้ราว 10-14 วัน และถ้าทำหลายครั้งก็จะอยู่ได้นานขึ้น ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนเนื่องจากจะทำให้ผิวของคุณแห้งและขาดความชุ่มชื้น ทางที่ดีควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ขอแนะนำ Tata Harper และ Eminence

ควรทำบ่อยแค่ไหนจึงจะเห็นผล?

คุณควรทำอย่างน้อยประมาณ 3 ครั้งติดต่อกัน หากทำเป็นประจำก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

ความเป็นจริงเมื่อเปรียบเทียบกับโบท็อกซ์และฟิลเลอร์?

การใช้กระแสคลื่นความถี่ต่ำเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณต้องการหลีกเลี่ยงโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ไม่ได้ช่วยอะไรในเรื่องรูปร่างของกล้ามเนื้อ คอลลาเจนตามธรรมชาติ หรือการผลิตอีลาสติน ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้มีความจำเป็นในการรักษาความอวบอิ่มและความอ่อนเยาว์ตามธรรมชาติของใบหน้า แต่ถ้าคุณเลือกที่จะโบท็อกซ์หรือฉีดฟิลเลอร์การใช้กระแสคลื่นความถี่ต่ำก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดีได้ เมื่อเวลาผ่านไปโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าฝ่อลง ดังนั้นการดูแลรักษาด้วยกระแสคลื่นความถี่ต่ำเป็นประจำจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อเหล่านั้นอยู่ตัวและแข็งแรง แถมยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ด้วย

Blogger : Lauren Levinson

Source : popsugar.com