Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

เครื่องดื่มคอลลาเจน
สามารถทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ได้จริงเหรอ?

เครื่องดื่มคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์จริงเหรอ

หนทางชะลอวัย! ดูเหมือนว่าจะมีกันทุกยุคทุกสมัย ยกตัวอย่างเช่นชาวโรมันโบราณจะอาบน้ำในบ่ออุจจาระของจระเข้เพื่อคงความอ่อนเยาว์ ขณะที่หญิงสาวในยุควิคตอเรียจะใช้ปรอททาหน้าโดยตรงเพื่อกำจัด (กัดกร่อน) ริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ ทุกวันนี้เหล่าคนดังมากมายต่างพากันโฆษณาชวนเชื่อให้หญิงสาวใช้ปลิง รก หรือแม้แต่เลือดของตัวเองทาลงบนใบหน้าเพื่อบำรุงผิวให้ดูอ่อนวัย ไม่ว่าใครก็อยากย้อนเวลาให้ผิวพรรณดูเรียบเนียนเปล่งปลั่งขณะที่มีอายุมากขึ้นกันทั้งนั้น ปัจจุบันวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กำลังพัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ

คอลลาเจนปลอดภัยจริงหรือ?

ในศตวรรษที่ 21 ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เรารู้ว่าคอลลาเจนคือโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายและเป็นสิ่งที่ทำให้โครงสร้างผิวของเราแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น คอลลาเจนสามารถพบได้ในเส้นผม เล็บ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และผิวหนัง จากนั้นก็จะเริ่มเสื่อมถอยเมื่ออายุย่างเข้า 30 ปี ผิวหนังของเราจะสูญเสียความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความชุ่มชื้นเมื่อแก่ตัวลง

ปกติคอลลาเจนในการเสริมความงามสามารถหาได้จากสัตว์ เช่น ปลา และเป็นส่วนประกอบยอดนิยมในผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย คนส่วนใหญ่ชอบครีมคอลลาเจนแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังบางคนกลับสงสัยว่าคอลลาเจนมีประสิทธิภาพในการซึมลงเข้าสู่ผิวหนังได้ลึกพอที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์จริงหรือไม่ ขณะที่บางกลุ่มก็อ้างว่าเครื่องดื่มคอลลาเจนสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายในร่างกายได้ดีกว่า

อันตรายจาก ‘ความชุ่มชื้น’ ที่ได้จากเครื่องดื่มให้พลังงาน

คุณกำลังสงสัยใช่ไหมว่าคอลลาเจนเดินทางจากลำไส้ใหญ่ไปยังใบหน้าของคุณได้อย่างไร? อันที่จริงนี่เป็นแค่คำกล่าวอ้างเฉยๆ เริ่มจากร่างกายจะย่อยโมเลกุลของคอลลาเจนจนย่อยสลายเป็นชิ้นเล็กๆ เนื่องด้วยร่างกายของคุณจดจำคอลลาเจนเหล่านั้นได้และคิดว่าอาจมีการบาดเจ็บ มันจึงตอบสนองโดยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาตามธรรมชาติ ฟังดูมีเหตุผลนะ ว่าแต่มีหลักฐานการวิจัยอะไรรองรับหรือไม่? การศึกษาจากผู้ผลิต Pure Gold Collagen พบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาทุกวันสามารถลดความแห้งกร้านและริ้วรอยได้ภายใน 60 วัน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจนและความแข็งแรงของผิวได้นานกว่า 12 สัปดาห์ แม้ว่าเราควรสงสัยผลการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทต่างๆที่พยายามจะขายผลิตภัณฑ์ของตัวเองแต่ก็มีการศึกษาคุณภาพสูงอีกสองแห่งที่สนับสนุนการค้นพบนี้

บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cosmetic Dermatology เมื่อปี 2004 พบว่าผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนได้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหลังจากที่ใช้ไป 8 สัปดาห์และเพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจนหลังจากที่ใช้ไปเพียง 4 สัปดาห์ ขณะเดียวกันบทความในวารสาร Skin Pharmacology and Physiology เมื่อปี 2013 ชี้แจงว่าความชุ่มชื้นของผิวมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยแต่มีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจน

ระวังเกี่ยวกับอาการแพ้ต่างๆ

ความเสี่ยงที่อันตรายมากที่สุดคืออาการภูมิแพ้ เช่น หากคุณแพ้ปลาก็อาจมีอาการแพ้คอลลาเจนเปปไทด์จากปลา..เช่นเดียวกับคอลลาเจนเปปไทด์จากเนื้อวัว เนื้อหมู และหอย ดังนั้นหากคุณมีอาการแพ้อาหารก็ควรหมั่นตรวจสอบเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆที่อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้อยู่เสมอ ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆได้แก่อาการปวดท้อง ความอยากอาหารลดลง หรือกลิ่นและรสชาติไม่พึงประสงค์ค้างอยู่ในปากหลังรับประทาน (โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลา) ข้อเสียของผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รับไม่ได้มากที่สุดคือเรื่องราคา ผลิตภัณฑ์ราคาถูกอาจใช้คอลลาเจนที่คุณภาพต่ำกว่าปกติ ขณะที่แบรนด์ชั้นนำอาจมีราคาสูงกว่า $100 (ราว 3,500 บาท) ต่อปริมาณการใช้ภายในหนึ่งเดือน ทั้งนี้กลุ่มนักวิจัยก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนบางยี่ห้อจึงมีประสิทธิภาพมากกว่ายี่ห้ออื่น รวมถึงยังไม่ได้ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนทั้งหมดที่หาซื้อได้ในร้านค้าทั่วไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมคอลลาเจนจะได้รับการพิจารณาว่าปลอดภัย แต่คุณก็ควรหมั่นปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง

Blogger : Dr. Manny Alvarez

Source : foxnews.com