Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ขั้นตอนที่แตกต่างของการลงครีมกันแดด
แบบ Physical และ Chemical

การลงครีมกันแดดแบบ Physical และ Chemical.jpg

การทาครีมกันแดดคือกฎแห่งการดูแลผิวอย่างหนึ่ง เราทุกคนรู้เรื่องนี้ดี อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มว่าเราจะอาศัยค่า SPF ในครีมรองพื้น ครีมบำรุง และอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆแทนที่จะทาครีมกันแดดโดยตรง ปัญหาคือคุณต้องประโคมเครื่องสำอางหลายชั้นก่อนจึงจะได้รับประโยชน์จากมัน

ดร.เอลิซาเบธ แทนซี ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของ Capital Laser & Skin Care และรองศาสตราจารย์ด้านผิวหนังแห่งศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันอธิบายว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ทาครีมน้อยเกินกว่าที่จะได้ค่า SPF มากพอตามที่ระบุไว้บนฉลาก แต่ถ้ามากพอก็ใช้ได้ ทั้งนี้การทาครีมกันแดดโดยตรงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ว่ากันว่าการทาครีมกันแดดจะทำให้ผิวมันและรู้สึกหนัก แต่ปัจจุบันมีครีมกันแดดเนื้อแมทชนิดบางเบาแถมยังซึมลงสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ววางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรทาครีมกันแดดก่อนแต่งหน้า ครีมกันแดดแบ่งออกเป็นสองชนิดได้แก่ครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ทางเคมีกับครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ทางกายภาพซึ่งจะแตกต่างกันตรงที่กระบวนการทา

ครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ทางเคมี จะต้องซึมลงไปในผิวเพื่อสร้างปฏิกิริยา ดังนั้นคุณควรทาก่อนที่จะลงมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำเพื่อไม่ไห้ปิดกั้นค่า SPF จากการดูดซึม

ขณะที่ครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ทางกายภาพ จะเกาะอยู่บนผิวและปกป้องภายนอก ดังนั้นคุณควรลงมอยส์เจอไรเซอร์ก่อนที่จะทาครีมกันแดดชนิดนี้ และหลังจากที่แต่งหน้าเสร็จก็ให้ตามด้วยแร่ผงครีมกันแดด ผง Colorescience SPF คือผงครีมกันแดดชนิดที่บริสุทธิ์ที่สุด คุณสามารถหาซื้อได้ที่ Sephora ในราคาเพียง 60 เหรียญ (2,100 บาท) ขึ้นอยู่กับระดับค่า SPF ที่คุณเลือก นอกจากนี้คุณควรตรวจสอบฉลากเพื่อดูว่าครีมกันแดดและเครื่องสำอางของคุณเป็นสูตรน้ำหรือซิลิโคน (ไดเมทิโคน) เนื่องจากถ้าคุณผสมผลิตภัณฑ์สูตรน้ำและสูตรซิลิโคนเข้าด้วยกันเครื่องสำอางของคุณอาจไม่เกาะติดแน่นเท่าที่ควร หากครีมกันแดดของคุณเป็นสูตรน้ำก็ควรใช้ไพรเมอร์กับรองพื้นเป็นสูตรน้ำเช่นกัน ทางที่ดีควรให้ครีมกันแดดซึมลงสู่ผิวให้หมดก่อนแล้วค่อยทาเครื่องสำอางลงไป มิเช่นนั้นเครื่องสำอาจของคุณอาจจับตัวเป็นก้อนหรือไม่เกาะผิว

เห็นหรือยังว่าการทาครีมกันแดดก่อนลงเครื่องสำอางนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แถมผลลัพธ์ที่ได้ยังดีต่อสุขภาพและช่วยปกป้องผิวมากขึ้นอีกด้วย

Blogger : Catherine Conelly

Source : sheknows.com