Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

How Smartphones Damage Our Skin
ผิวเสียเพราะโทรศัพท์มือถือได้จริงหรือ?

ผิวเสียเพราะโทรศัพท์มือถือได้จริงหรือ

ว่ากันว่าโทรศัพท์มือถือมีเชื้อแบคทีเรียสะสมมากกว่าที่รองนั่งชักโครกสาธารณะถึง 10 เท่า (แค่แช่ไว้ประมาณนาทีเดียวนะ) และเมื่อใดที่เราหยิบโทรศัพท์มาแนบหู ทั้งเชื้อแบคทีเรียจำนวนมหาศาล เหงื่อ น้ำมัน และคราบเครื่องสำอางจะสัมผัสกับผิวหนังของคุณและอาจทำให้เกิดสิวได้ นอกจากนี้แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ก็จะทำให้ผิวของคุณแก่ก่อนวัยด้วย ในทางทฤษฎีเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียวจะไม่ทำให้เกิดสิวหรือทำให้รูขุมขนอุดตันได้ แต่สิ่งสกปรกทั้งหมดที่ตกค้างอยู่บนโทรศัพท์มือถือต่างหากที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวของคุณ โดยทั่วไปสิวเกิดจากพันธุกรรมแต่ส่วนใหญ่ก็เห็นพ้องตรงกันว่าการนำโทรศัพท์สกปรกสัมผัสกับผิวหนังนานๆก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงในการเป็นสิวเพิ่มขึ้นได้ หากรูขุมขนอุดตันน้ำมันตามธรรมชาติบนผิวหนังก็ไม่สามารถไหลออกมาได้อย่างอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังสังเกตว่าถ้าเขาเห็นคนไข้มีสิวเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้า ส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดจากพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือนั่นเอง เพื่อป้องกันการเกิดสิวคุณควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์ของตัวเองเป็นประจำ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและน้ำมันรวมถึงเชื้อแบคทีเรียไปอุดตันรูขุมขน นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์อย่าง PhoneSoap ซึ่งจะใช้แสงยูวีในการฆ่าเชื้อโรค สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นสิวได้ง่ายคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าที่เหมาะสมและควรเลือกใช้หูฟังบลูทูธแทนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบกับใบหน้าโดยตรง (วิธีนี้ดีต่อทุกคนจริงๆ)

ผิวเสียเพราะโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ยังมีส่วนทำให้ผิวของคนเราแก่ก่อนวัยด้วย การศึกษาในปี 2013 อ้างว่าแสงพลังงานสูงที่มองเห็นได้ (HEV) ก็ส่งผลกระทบต่อผิวไม่ต่างจากรังสียูวีเอและยูวีบี อย่างไรก็ดียังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนมีข้อมูลบางแห่งชี้ว่าแสงพลังงานสูงที่มองเห็นได้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะผิวแก่ก่อนวัย แต่ปัจจุบันเราก็ยังไม่มีการรักษาเชิงป้องกันผลกระทบที่เกิดจากแสง HEV ขณะที่เราสามารถป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีได้ ทั้งนี้แทนที่จะป้องกันเราสามารถชดเชยได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ภายนอกอย่างสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนกับอุปกรณ์ดับเพลิงเพื่อระงับความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่มาจากแหล่งต่างๆ เช่น แสงพลังงานสูงที่มองเห็นได้ (เพื่อความคุ้มค่าเราขอแนะนำให้ลงทุนซื้อเซรั่มวิตามินซีอย่างดี) ทว่าตอนนี้ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะบอกว่าแสง HEV สามารถทำลายผิวได้เนื่องจากแสง HEV ก็มีในแสงแดดและถูกปล่อยออกมาจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ จอโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ด้วย ดังนั้นถ้าจะบอกว่าแสงจากโทรศัพท์มือถือคือสาเหตุเดียวของริ้วรอยหรือจุดด่างดำบนใบหน้าหรือปัญหาผิวอื่นๆก็ดูจะลำเอียงมากเกินไป อันที่จริงแสงที่ถูกปล่อยจากโทรศัพท์มือถือก็ค่อนข้างต่ำมากด้วย

อย่างไรก็ตามถ้าคุณรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับผิวก็ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อสอบถามวิธีบำรุงผิวที่เหมาะกับคุณมากที่สุด แต่ตราบใดที่คุณทำความสะอาดโทรศัพท์และดูแลผิวของตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว (ล้างหน้า ทาครีมกันแดด และปกป้องผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ) เราก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเน้นย้ำอะไรอีก แน่นอนว่าเทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์แต่อันที่จริงมันก็มีโทษด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะทำให้สิวเห่อหรือมีริ้วรอยแก่ก่อนวัย ดังนั้นเราจำเป็นต้องระวังและรู้จักดูแลรักษาผิวของตัวเอง

Blogger : Julia Brucculieri

Source : huffingtonpost.com