Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

Everything You Need to Know About Acne
ข้อควรรู้เกี่ยวกับสิวและวิธีจัดการกับสิวอย่างถูกวิธี

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสิวและวิธีจัดการกับสิวอย่างถูกวิธี

สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดในบรรดาหนุ่มสาว และจากการสำรวจโดยนิตยสารเซเว่นทีนพบว่าผู้อ่านมากกว่า 1,000 คนหรือร้อยละ 93 รวมทั้งคุณก็กำลังประสบกับปัญหานี้เช่นกัน สิวมีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่

1. สิวหัวช้าง

ลักษณะ : สิวอักเสบใต้ผิวหนัง

เมื่อรูขุมขนอุดตันเกิดบวมและแตกออกใต้ผิวหนังร่างกายของคุณจะพยายามหยุดยั้งเชื้อแบคทีเรียโดยการสร้างถุงน้ำป้องกันรอบๆ ที่สำคัญสิวชนิดนี้จะไม่แตกหรือมี ‘หัว’ และต้องใช้เวลารักษาหลายสัปดาห์

วิธีรักษา : ลองยารักษาที่มีส่วนประกอบของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์เพื่อลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย หรือเลือกใช้เจล Epiduo Forte (มีเรตินอยด์) และ Aczone 7.5% (วันละครั้งเพื่อบรรเทาอาการอักเสบโดยไม่ระคายเคืองผิวหนัง) หากไม่ได้ผลก็รับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น ด็อกซีไซคลินหรือมิโนไซคลิน หากยังไม่ได้ผลอีก ลองไอโซเทรติโนอิน (เดิมเรียกว่าแอคคิวเทน) ซึ่งเป็นเรตินอยด์ที่มีฤทธิ์รุนแรงสุด

2. สิวหัวดำ

ลักษณะ : จุดสีดำบริเวณทีโซน

เป็นรูขุมขนอุดตันคล้ายกับสิวหัวขาวแต่จะไม่ถูกปกคลุมด้วยผิวหนัง เมื่อน้ำมันกับเซลล์ที่ตายแล้วมีการสัมผัสกับออกซิเจนสีของมันจะเข้มขึ้นจนดูเป็นสีดำ

วิธีรักษา : การขัดผิวทุกวันจะช่วยขัดทั้งผิวหนังและกำจัดสารเคมีที่ตกค้างออกไป ลองใช้ Biore Pore Unclogging Scrub เม็ดสครับเล็กๆจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ขณะที่กรดซาลิไซลิกจะละลายคราบเหนียวสกปรกที่เหลืออยู่ออกไป หากไม่ได้ผลควรปรึกษามืออาชีพ เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังหรือสปาใกล้บ้าน

3. สิวหัวขาว

ลักษณะ : ตุ่มสีขาว

ชื่อทางเทคนิคคือสิวอุดตันหรือรูขุมขนอุดตันที่ถูกปกคลุมด้วยชั้นบางๆของผิวหนัง ผิวหนังดังกล่าวจะปกป้องสิวจากออกซิเจนซึ่งสีขาวหรือสีเหลืองคือน้ำมันกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

วิธีรักษา : ลองรักษาด้วยกำมะถัน เช่น Alba Botanica Fast Fix for a Pimple หรือกรดซาลิไซลิกอย่าง Clinique Acne Clearing Gel ทั้งสองอย่างนี้มีส่วนผสมในการควบคุมความมัน ลดการอุดตันและบรรเทาการอักเสบ หลีกเลี่ยงการใช้มือเนื่องจากจะทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบและกลายเป็นแผลเป็น หากไม่ได้ผลลอง Differin Gel ซึ่งมีส่วนประกอบของเรตินอยด์ชื่ออะแดพาลีน หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป

4. สิวฮอร์โมน

ลักษณะ : สิวบริเวณคางและแก้ม

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะผลิตน้ำมันส่วนเกินจนไปอุดตันรูขุมขนกลายเป็นสิวหัวขาวหรือตุ่มเล็กๆบริเวณคางและแนวขากรรไกร

วิธีรักษา : ลองยาคุมกำเนิด สิวชนิดนี้จะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชายที่อยู่ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง) ซึ่งผลิตน้ำมันส่วนเกิน ดังนั้นครีมทั่วไปจะสามารถรักษาได้แต่สิวที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้นแต่ช่วยป้องกันไม่ได้ แต่ Estrostep และ Ortho Tri-Cyclen ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก FDA สามารถช่วยคุณได้ หากยังไม่ได้ผลลองรับประทานยาสไปโรโนแลคโตนซึ่งปกติจะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด แม้ว่า FDA จะยังไม่อนุมัติยาชนิดนี้ในการรักษาสิวแต่การใช้ในปริมาณต่ำจะช่วยป้องกันการผลิตน้ำมันและแอนโดรเจนส่วนเกินได้

สาเหตุหลัก 5 ข้อของการเกิดสิว

1. การขัดผิว

เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วและคราบสกปรกต่างๆทั้งจากการขัดผิว ลอกผิว หรือมาสก์ผิวสะสมอยู่บนผิวหนังน้ำมันก็จะไปหมักหมมอยู่ในรูขุมขนซึ่งจะทำให้เกิดสิวหัวขาวและสิวหัวดำ

2. มลภาวะ

อนุภาคเล็กๆจากท่อไอเสีย หมอกควัน หรือคราบน้ำมันต่างๆที่อยู่บนผิวเมื่อผสมกันก็จะทำให้เกิดสิวไม่ว่าจะเป็นสิวหัวขาวและสิวหัวดำ

3. การอักเสบ

การศึกษาชี้ว่าผู้คนมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวอักเสบเนื่องจากไปวุ่นวายกับมันและอาจทำให้เป็นสิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวช้าง และสิวฮอร์โมน

4. ช่วงมีประจำเดือน

ระดับฮอร์โมนเพศหญิงจะลดลงขณะที่ฮอร์โมนเพศชายยังเท่าเดิม (แต่ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น) ทำให้น้ำมันไปอุดตันรูขุมขนและเกิดสิวอักเสบ เช่น สิวหัวช้างและสิวฮอร์โมน

5. ความเครียด

เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้นผิวของคุณจะผลิตน้ำมันมากกว่าเดิมซึ่งทำให้เกิดสิวหัวช้างและสิวฮอร์โมน

Blogger : Kelsey Castañon

Source : seventeen.com