Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ที่ไม่ควรนำมาใช้พร้อมกัน

ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ควรใช้พร้อมกัน

ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าจะมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับทุกอย่าง ต้องการลดริ้วรอยงั้นเหรอ? นี่ไงเรตินอล! อยากได้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ทำให้ผิวของคุณดูอ่อนนุ่มและเปล่งปลั่งไหม? ลองกรดไฮยาลูรอนิกสิ! ต้องการให้จุดด่างดำดูจางลงและผิวสว่างใส? คุณคงต้องการเซรั่มวิตามินซี ด้วยสารออกฤทธิ์ที่มีมากมาย..การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จึงอาจสร้างความสับสนเล็กน้อยได้โดยเฉพาะเมื่อคุณพยายามที่จะหาสูตรบำรุงผิวให้ตัวเอง ด้วยเหตุนี้เราจึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเกี่ยวกับการใช้สารออกฤทธิ์อย่างวิตามินซี กรดต่างๆ และเรตินอล

กรดอัลฟาไฮดรอกซี่ (เช่น กรดไกลโคลิก) กรดเบต้าไฮดรอกซี่ (เช่น กรดซาลิไซอิก) เรตินอล และวิตามินซีคือสารออกฤทธิ์ที่พบได้บ่อย ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำว่าควรใช้ครีมกันแดด วิตามินซี และเรตินอลเป็นประจำทุกวัน (หมายเหตุ : ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อดูว่าอะไรเหมาะกับผิวของคุณมากที่สุด)

ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ควรนำมาใช้พร้อมกัน

ห้ามใช้คู่กัน วิตามินซี+เรตินอล

วิตามินซีที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆได้ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยให้จุดด่างดำดูจางลงและสร้างคอลลาเจนเพื่อลบเลือนริ้วรอย เรตินอลกับเรตินอยด์คือวิตามินเอที่จะช่วยทำให้ผิวหมองคล้ำดูสว่างขึ้นและลดเลือนริ้วรอยขณะเดียวกันก็ทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้นด้วย วิตามินซีกับเรตินอลจะทำงานในสภาพความเป็นกรดด่างที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ควรใช้คู่กัน วิตามินซีจะใช้ได้ผลดีที่สุดเมื่อมีค่า pH ต่ำกว่า 3.5 ขณะที่เรตินอลอยู่ที่ 5.5-6 ทางที่ดีควรใช้เซรั่มวิตามินซีในตอนเช้าและครีมเรตินอลในตอนกลางคืนเพื่อให้สารทั้งสองชนิดสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่

ควรใช้คู่กัน วิตามินซี+ครีมกันแดด

วิตามินซีกับครีมกันแดดจะให้ผลลัพธ์ดีมากหากนำมาใช้คู่กัน ในตอนเช้าคุณควรทาวิตามินซีก่อนทาครีมกันแดด ส่วนในตอนกลางคืนก็ทาครีมเรตินอล

ห้ามใช้คู่กัน กรดอัลฟ่าไฮดรอกซี่กับเบต้าไฮดรอกซี่+เรตินอล

เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว กรดอัลฟาไฮดรอกซี่จะประกอบไปด้วยกรดไกลโคลิก แลกติก และกรดซิตริกขณะที่กรดเบต้าไฮดรอกซี่โดยทั่วไปจะอ้างอิงถึงกรดซาลิไซลิก ปกติกรดอัลฟาไฮดรอกซี่กับเบต้าไฮดรอกซี่จะนิยมนำมาใช้ขัดผิวและปรับสภาพสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ส่วนเรตินอลก็ถูกนำมาใช้รักษาสิว ลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอยต่างๆ เมื่อนำสารออกฤทธิ์สองชนิดนี้มาใช้ด้วยกันก็จะทำให้ผิวแห้ง มีรอยแดง และระคายเคืองต่อผิว ทางที่ดีควรแบ่งใช้คนละเวลาหรือคนละวัน

ห้ามใช้คู่กัน เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์+เรตินอล

เมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลถูกนำมาใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์..ฤทธิ์ของมันจะลบล้างกันเอง ส่วนประกอบสองอย่างนี้เข้ากันไม่ได้ วิธีแก้คือ ทาเรตินอลในตอนเย็นและเบต้าหรืออัลฟาไฮดรอกซี่ในตอนเช้า เรตินอลไม่ควรใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น มีกรดต่างๆ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงหากคุณเพิ่งลอกหน้าหรือผ่านการเลเซอร์รักษาริ้วรอยมา

ส่วนประกอบผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ควรใช้พร้อมกัน

ห้ามใช้คู่กัน เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์+วิตามินซี

ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้ใช้วิตามินซีคู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์เนื่องจากมันจะทำปฏิกิริยากับวิตามินซี อย่างไรก็ตามหากคุณมีผิวมันการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ เช่น โทนเนอร์ กับวิตามินซีจะได้ผลดีสำหรับคุณ แต่ควรทิ้งระยะห่างสัก 2-3 นาทีระหว่างการใช้ส่วนผสมทั้งสองอย่างนี้

ใช้คู่กันได้แต่ควรระวัง กรดอัลฟ่าไฮดรอกซี่กับเบต้าไฮดรอกซี่+วิตามินซี

แม้ว่าวิตามินซีกับกรดไฮดรอกซี่จะสามารถนำมาใช้คู่กันได้เนื่องจากมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดแต่ก็อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้เช่นกัน ขณะที่วิตามินซีกับกรดซาลิไซอิกจะเหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน และแนะนำว่าควรรอสัก 2-3 นาทีระหว่างการใช้ส่วนผสมทั้งสองอย่างนี้เช่นเดียวกับวิตามินซีและเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ หรือถ้าคุณไม่แน่ใจก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรทาครีมกันแดดทุกวันโดยเฉพาะครีมกันแดดที่ออกฤทธิ์ภายนอก เช่น ซิงก์ออกไซด์และไทแทเนียมไดออกไซด์ที่มีค่า SPF 30 หรือมากกว่านั้น ข้อควรสังเกต การผสมครีมกันแดดกับมอยส์เจอไรเซอร์จะทำให้ประสิทธิภาพของค่า SPF ลดลง ดังนั้นคุณควรทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วค่อยทาครีมกันแดดทับลงไป สุดท้ายไม่สำคัญว่าคุณจะหมดเงินซื้อน้ำมันหรือเรตินอลหรือวิตามินซีไปมากเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณไม่รู้จักทาครีมกันแดดก็เท่ากับว่าคุณกำลังเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

Blogger : Julia Brucculieri

Source : huffingtonpost.com