Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

โฆษณาน้ำหอม CHANEL No5 ตัวใหม่ล่าสุด
โดย จีเซล บุนเชน

Chanel TheOneThatIWant

CHANEL No5 ไม่ใช่เพียงแค่น้ำหอม แต่คือหัวใจสำคัญของชาเนล โดยได้สร้างแรงบันดาลใจในการคิดสร้างสรรค์และผดุงรักษาแบรนด์ไว้ให้ยืนยง เพียงแค่แบรนด์ No5 อย่างเดียวก็มีคุณสมบัติหลักทุกประการของสไตล์ชาเนล นั่นคือ ความเป็นผู้หญิง ความกล้าหาญ ทันสมัย เป็นนามธรรม และประกอบด้วยสีดำและสีขาว ดังที่ Jacques Polge นักปรุงน้ำหอมเคยกล่าวไว้ว่า น้ำหอม No5 คือ “หลักไวยากรณ์ภาษาในสไตล์ชาเนล” ความใฝ่ฝันของเราในช่วง 3 ปีข้างหน้าก็คือการยืนยันถึงสถานะที่พิเศษนี้

Chanel Logo

No5 ต้องรักษาแบรนด์ไว้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ No5 จึงต้องเป็นน้ำหอมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการอ้างอิง และเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหอมที่เป็นตำนานนี้จะสามารถก้าวไปพร้อมกับยุคสมัยที่ไม่หยุดนิ่ง ชาเนลจึงทำการปรับปรุงโฆษณาของน้ำหอมนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของความคิดสร้างสรรค์

Chanel No5

เราหวังว่าจะสามารถกระตุ้นให้ผู้หญิงทุกคนเกิดความปรารถนาที่จะค้นหาน้ำหอม No5 หรือกลับมาค้นหาซ้ำอีกครั้ง แต่ที่สำคัญ เราอยากให้ผู้หญิงทุกคนต้องการจะประพรมน้ำหอมที่เป็นตำนานนี้และรับน้ำหอมนี้มาเป็นสมบัติของตนเอง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ No5 กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเธอ แต่ในรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำหอม No5 ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์สำคัญ แต่ยังเป็นความจริงที่สดใส มีชีวิตชีวา และเป็นที่ปรารถนาเพื่อสร้างความมั่นใจว่าน้ำหอม No5 จะยังคงเป็นน้ำหอมที่พึงปรารถนาของโลก และมีมาตรฐานหรูหราและเลอค่า

Gisele Bundchen Chanel No5

Chanel

Chanel No5 Gisele Bundchen

Gisele Bundchen

น้ำหอม Chanel No5

Gisele Bundchen Chanel

VDO

พรีเซนเตอร์: จีเซล บุนเชน

Chanel Gisele Bundchen

จีเซล บุนเชน เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแคมเปญโฆษณาน้ำหอม No5 จีเซลไม่ใช่เพียงแค่สวยและมีเสน่ห์ชวนมองเท่านั้น แต่เธอยังเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง เมื่ออ่านสคริปต์แล้ว เราตัดสินใจได้ทันทีว่าต้องเป็นเธอ เรามองว่าผู้หญิงคนเดียวกันสามารถจะเป็นเจ้าของน้ำหอม No5 และชุดเครื่องสำอาง LES BEIGES ที่พกพาในกระเป๋า แม้ว่าจะไม่มีความเชื่อมโยงกันอย่างเฉพาะเจาะจง แต่นี่ก็ไม่ใช่สองสิ่งที่ขัดกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีเซลรับบทผู้หญิงที่มีหลายแง่มุมในภาพยนตร์โฆษณาของ No5

จีเซลได้สะท้อนภาพของผู้หญิงแบบต่างๆในภาพยนตร์โฆษณาน้ำหอม No5 เธอเป็นผู้หญิงที่ต้องการเวลาสำหรับทุกๆ สิ่งในชีวิตของเธอ เวลาสำหรับตัวเธอเอง สำหรับครอบครัว สำหรับการงาน และสำหรับความรัก

ชีวประวัติ

จีเซล บุนเชน ซูเปอร์โมเดลที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกผู้นี้เคยฝันอยากเป็นนักวอลเล่ย์บอลอาชีพเมื่อตอนที่เธอยังเด็กและอาศัยอยู่ในเมืองHorizontinaประเทศบราซิล จนกระทั่งเมื่ออายุ 14 ปีในระหว่างการทัศนศึกษาของโรงเรียนเธอได้รับการทาบทามให้มาเป็นนางแบบ

จีเซล บุนเชนเปิดตัวเป็นทางการในระหว่างที่เดินแบบเป็นครั้งแรกในงานลอนดอน แฟชั่น วีคของอเล็กซานเดอร์ แม็คควีน(Alexander McQueen)ซึ่งเลือกเธอให้มาเดินแบบในงาน “Rain Show” สำหรับฤดูใบไม้ผลิปี 1988 หลังจากในปีนั้นเดวิด ซิมส์ (David Sims) ถ่ายภาพเด็กสาวขึ้นปกนิตยสารi-D และ BIG ฉบับที่ 23 ซึ่งเน้นความงามภายใต้สีบรอนซ์ภายในฉบับพิเศษนี้ บุนเชนโพสท่าถ่ายแบบให้กับผู้มีความสามารถในวงการหลายคน เช่นเคที่ แกรนด์, ฌอน เอลลิส, วินเซนต์ ปีเตอร์สรวมทั้งเมิร์ท อลาส และมาร์คัส พิกก็อตต์

อย่างไรก็ตาม ช่างภาพที่เป็นตำนานอย่างเออร์วิ่ง เพนน์ ทำให้เธอกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในทันทีจากภาพนู้ดที่เย้ายวนซึ่งเขาถ่ายให้กับ Vogue ในชื่อ “Return of the Curve”เกือบสองปีที่เข้าสู่อาชีพนี้จีเซลปรากฏตัวในฐานะนางแบบที่ใช้ชื่อตนเองเพียงชื่อเดียว และขึ้นปกนิตยสาร Vogue ฉบับเดือนกรกฎาคม และพฤศจิกายน1999 โดยฉบับแรกเธอถ่ายคนเดียว และอีกฉบับถ่ายกับกลุ่มเพื่อนในวงการ ได้แก่ ลอเรน ฮัตตัน, เคท มอสส์ และไอแมน ถ่ายภาพโดยสตีเฟ่น มีเซล และแอนนี่ เลโบวิตซ์ ตามลำดับ จีเซลยังได้ถ่ายปกเป็นครั้งแรกให้กับ Vogue Italia และ Vogue Paris ด้วย ซึ่งถ่ายภาพโดยMeiselและ Jean-Baptiste Mondino ตามลำดับ ในปีเดียวกันนั้น เธอได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบให้กับ Victoria’s Secret และนิตยสาร Rolling Stone ยกย่องให้เธอเป็น “ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก”

จีเซลได้รับรางวัล VH-1/Vogue Model of the Year ซึ่งแสดงให้เห็นความสำเร็จอย่างรวดเร็วที่เธอได้รับและยังได้เป็นพิธีกรร่วมในงานมอบรางวัลนี้ในปีต่อมา

เธอถ่ายแบบให้ปกนิตยสาร American Vogue หกฉบับ (รวมทั้งฉบับที่ถ่ายคู่กับ Vida สุนัขพันธุ์ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย ตัวโปรดของเธอ) นอกจากนี้ เธอยังเป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสาร Vogue ในประเทศต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพหลายคน ได้แก่ เมิร์ทแอนด์มาร์คัส, แพทริก เดอมาเชลีเย่, นิค ไนท์, บรูซ เวเบอร์, เครก แม็คดีน, ไมเคิล ทอมป์สัน, ปีเตอร์ ลินเบิร์ก, เยอร์เกิน เทลเลอร์, แมริโอ ซอร์เรนติ และเปาโล โรเวอร์ซี

จีเซลเป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสาร Vanity Fair สองฉบับ ถ่ายโดยมาริโน่ เทสทิโน่ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิท ผู้ที่เธอร่วมงานด้วยเป็นประจำ และเป็นผู้ที่สนับสนุนเธอในวงการนี้ในช่วงต้น นิตยสารอื่นๆ ที่เธอเป็นนางแบบขึ้นปกให้ ได้แก่ W, V, Lui, Numéro, Pop, i-D, The Face, Arena, Citizen K, Flair, 10, Esquire, Time, Forbes, Newsweek, Harper’s Bazaar, และ Allure ซึ่งถ่ายภาพโดย Rankin, SølveSundsbø, Regan Cameron, Phil Poynter, Corrine Day และ Gilles Bensimon

จีเซลถ่ายแบบให้ปกนิตยสาร WSJ ของ The Wall Street Journal ฉบับ Innovators โดยถ่ายคู่กับแดฟท์ พังค์(Daft Punk)สองนักร้องแนวอิเล็กโทรนิกป๊อปชาวฝรั่งเศส และ Inez และVinoodh สองช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง ยังนำเธอมาถ่ายแบบชุดนอนด้วยใบหน้าที่แทบจะปราศจากเครื่องสำอางในฉบับปฐมฤกษ์ของนิตยสาร Porter (นิตยสารฉบับพิมพ์ของเว็บไซต์จำหน่ายปลีกแฟชั่นชั้นนำ Net-a-Porter) โดยพิมพ์ที่หน้าปกว่า “She’s an Incredible Woman” (เธอเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่ง)

ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกฟีฟ่าครั้งล่าสุด Testino ได้ถ่ายภาพจีเซล (และนักฟุตบอลชื่อ Neymar da Silva Santos Junior) เพื่อขึ้นปกนิตยสาร Vogue Brazil นอกจากนี้ แมตต์ โจนส์ ยังทำให้เธอเป็นอมตะในปกนิตยสาร Elle ทั่วโลกที่นำเสนอธีมฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 นี้ จีเซลยังเป็นผู้เชิญรางวัลฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในบราซิลร่วมกับการ์เลส ปูยอล นักฟุตบอลซูเปอร์สตาร์ชาวสเปนด้วย

ต้นปีนี้ (2014) จีเซลได้รับการคัดเลือกให้เป็นนางแบบของ CHANEL No. 5 โฆษณาทางโทรทัศน์ซึ่งยังไม่เผยแพร่ของน้ำหอมนี้กำกับโดยบาซ เลอห์มานน์ผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Academy Award

จีเซลสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายบทบาท เธอเป็นนักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์เรื่อง Taxi ซึ่งนำแสดงโดยจิมมี่ ฟอลลอน และควีน ลาติฟาห์ และภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada ซึ่งแสดงนำโดยเมอรีล สตรีป

เมื่อว่างจากการทำงาน จีเซลเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จเธอออกแบบและเป็นนางแบบให้กับชุดชั้นในของตัวเอง Gisele Intimates นอกจากนี้ จีเซลยังร่วมมือกับนักออกแบบอัญมณีGumuchianFilsในการออกแบบสร้อยคอรุ่นจำกัดจำนวนสำหรับ Harper’s Bazaar โดยมอบรายได้ให้กับโรงพยาบาลเด็ก St. Jude เพื่อการรักษาเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งก่อนหน้านี้ เธอเคยเป็นโฆษกและนางแบบรณรงค์ให้โครงการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม Fashion Targets Breast Cancer ด้วย

ปัจจุบัน จีเซลดำรงตำแหน่งประธานของ Luz Foundation มูลนิธิที่ส่งเสริมให้ผู้หญิงเอาชนะอุปสรรคต่างๆ และประสบความสำเร็จ และนับแต่ ค.ศ. 2009 เป็นต้นมา เธอยังทำงานเป็นทูตสันถวไมตรีของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีภารกิจในการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน รวมทั้งปฏิบัติภารกิจภาคสนามในบราซิลและเคนย่า