Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

7 Vegetables and Fruits You Can Grow Indoors From Scraps
ผักและผลไม้ 7 ชนิดที่สามารถปลูกเองได้ในบ้าน

ผักและผลไม้ที่สามารถปลูกเองได้ในบ้าน

การทำปุ๋ยหมักจากขยะสีเขียว(เศษผักและผลไม้)ในสวนหมายความว่าคุณกำลังพัฒนาสุขอนามัยจากการรีไซเคิล แต่รู้ไหมว่าขยะเหล่านี้สามารถงอกออกมาเป็นต้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย

และนี่คือพืช 7 ชนิดที่สามารถแตกหน่อออกผลจากตัวของมันเองได้

1. มันฝรั่ง

มันฝรั่งสามารถปลูกเองได้ในบ้าน

ใช้ได้ทั้งมันฝรั่งและมันเทศ นำหน่อของมันฝรั่งมาและทำให้คายน้ำที่อุณหภูมิห้อง ถ้ามันฝรั่งลูกใหญ่เกินไปให้แบ่งออกเป็น 2-3 ส่วนและดูให้แน่ใจว่ามีหน่อเหลืออยู่ แล้วนำไปปลูกในหม้อที่มีดินหรือในสวน ทันทีที่คุณสังเกตเห็นรากงอกให้เติมดินลงไปอีกชั้น มันเทศจะปลูกได้ผลดีในดินที่ฝังลงไปลึกๆ

2. หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่สามารถปลูกเองได้ในบ้าน

นำหัวหอมปักลงไปในดินและวางกระถางในจุดที่มีแสงแดด รดน้ำเท่าที่จำเป็นมิเช่นนั้นอาจจะเน่าได้ หากสังเกตว่ามีต้นอ่อนโผล่ออกมาและเริ่มเป็นรูปร่างให้ลดปริมาณน้ำลง

3. กระเทียม

กระเทียมสามารถปลูกเองได้ในบ้าน

ใช้นิ้วเจาะเป็นหลุมลึกประมาณ 5 นิ้ว วางกลีบให้รากชี้ลงไป ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นดูแลรดน้ำตามขั้นตอนเดียวกันกับหอมหัวใหญ่ คุณจะค่อยๆเห็นหน่อใหม่แตกออกมา

4. ผักกาดหอม

ผักกาดหอมสามารถปลูกเองได้ในบ้าน

ใส่ลงไปในภาชนะที่รองน้ำไว้และให้รากชี้ลงไปในน้ำ เปลี่ยนน้ำทุกวันและพ่นน้ำไปที่ใบนานๆครั้งเพราะว่ามันชอบแสงแดดมาก แล้วคุณจะประหลาดใจที่เห็นมันโตเร็วพร้อมกับแตกใบใหม่ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

5. สับปะรด

สับปะรดสามารถปลูกเองได้ในบ้าน

ตัดหัวจุกสับปะรดและเอาหัวปักลงไปในดินไม่ต้องลึกมาก วางไว้ตรงที่มีแดดส่องและหมั่นรดน้ำเป็นประจำ หรือใส่ในภาชนะที่รองน้ำไว้ ไม่นานนักรากก็จะแทงออกมา รดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้ง คุณต้องรอด้วยความอดทนประมาณ 2-3 ปีถึงจะได้ลิ้มรสมัน

6. คื่นช่าย

คื่นช่ายสามารถปลูกเองได้ในบ้าน

ปลูกแบบเดียวกันกับผักกาดหอม ตัดรากคื่นช่ายยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร จากนั้นนำไปแช่น้ำในภาชนะ คุณจะเห็นใบใหม่งอกออกมาภายในระยะเวลาไม่นานหากวางในตำแหน่งที่ดีและมีแสงแดดเพียงพอ พ่นน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

7. กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีสามารถปลูกเองได้ในบ้าน

นำไปแช่น้ำในภาชนะและเอารากชี้ลง ระวังอย่าให้ใบเปียกมิเช่นนั้นอาจจะเน่าได้ เปลี่ยนน้ำทุกวันและพ่นน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ที่สำคัญควรให้ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ

Source : healthnrecipes.com