Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Smells That Are Slowly Disappearing
11 กลิ่นที่เราคุ้นเคยในวัยเด็กกำลังค่อยๆจางหายไปจากความทรงจำ

กลิ่นที่คุ้นเคยในวัยเด็ก

ไม่มีสิ่งใดที่จะกระตุ้นความทรงจำได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อไปกว่าการได้กลิ่น เช่นกลิ่นน้ำมันกานพลูจะทำให้คุณคิดถึงคลินิกทันตแพทย์ หรือกลิ่นดินสอสีเทียนจะพาคุณย้อนเวลากลับไปยังสมัยเรียนชั้นประถม แต่กลิ่นบางกลิ่นก็กำลังจะถูกลบเลือนหายไป เนื่องจากเทคโนโลยีและมาตรการรักษาความปลอดภัยต่างๆ คุณนึกออกไหมว่ามีกลิ่นอะไรบ้าง?

1. กลิ่นเครื่องอัดสำเนา


ดูคลิป VDO

ในห้องเรียนตั้งแต่ช่วงยุค 1960-1970 เมื่อคุณครูแจกกระดาษที่เพิ่งพิมพ์ออกมาจากเครื่องอัดสำเนาสดๆร้อนๆ นักเรียนทุกคนต้องถือกระดาษเข้าไปใกล้ๆหน้าและสูดดมกลิ่นทันที เราจะได้กลิ่นหอมจากหมึกพิมพ์ซึ่งเป็นส่วนผสมของสารเมทานอลกับสารไอโซโพรพานอล ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตหมึกพิมพ์ชนิดนี้ในสหรัฐมียอดจำหน่ายเพียงปีละไม่กี่พันแกลลอนเท่านั้น ต่างจากในยุค 1970 ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 100,000 แกลลอน

2. กลิ่นเผาใบไม้

กลิ่นเผาใบไม้

กลิ่นที่ทำให้เรารู้ว่าฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะหมดไปและฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว นั่นก็คือกลิ่นอากาศที่มาพร้อมกับกลิ่นเผาใบไม้ และดูเหมือนว่ากลิ่นใบไม้แห้งเหล่านี้เองที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นและสบายอย่างบอกไม่ถูก ปัญหามลภาวะทำให้เขตเทศบาลต่างๆในสหรัฐออกกฎหมายห้ามเผาใบไม้ในช่วงต้นยุค 1980 ปัจจุบันพลเมืองในสหรัฐก็เลือกใช้วิธีเก็บกวาดใบไม้หรือนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก และแน่นอนว่าปุ๋ยหมักก็มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหอมรัญจวนใจนะ

3. กลิ่นท่อไอเสีย

กลิ่นท่อไอเสีย

กลิ่นท่อไอเสียตามปกติของรถเมล์นั้นจะแตกต่างจากกลิ่นท่อไอเสียที่เร่งเครื่องยนต์ในยามเช้าของวันที่อากาศหนาว มีหลายคนชอบกลิ่นเดิมๆที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียของรถ แต่การลดปริมาณซัลเฟอร์ในน้ำมันดีเซลบวกกับการลดตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้การเผาไหม้ในปัจจุบันมีกลิ่นคล้ายฉี่แมวมากขึ้น

4. กลิ่นฟิล์มโพลารอยด์ใหม่


ดูคลิป VDO

การผลิตฟิล์มโพลารอยด์ในปี 2008 กระดาษฟอยล์จะทำให้เกิดกลิ่นหอมเมื่อถูกฉีกออกในครั้งแรก อันที่จริงนั่นคือกลิ่นที่ทำให้เด็กๆคิดถึง Polaroid Swinger ซึ่งเป็นกล้องตัวแรกของตัวเอง

5. กลิ่นปากกาเมจิก

กลิ่นปากกาเมจิก

ปากกาเมจิกถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1952 และในช่วงต้นยุค 1990 ส่วนผสมของหมึกคือโทลูอีนกับไซลีน ซึ่งเป็นสารทำละลายที่นอกจากจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้ว มันยังมีคุณสมบัติทำให้มึนเมื่อสูดดมเข้าไปอีกด้วย ปัจจุบันปากกาเมจิกใช้หมึกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เจือจางลงแล้ว

6. กลิ่นการ์ดหมากฝรั่ง

กลิ่นการ์ดหมากฝรั่ง

บริษัท Topps ได้เลิกจำหน่ายหมากฝรั่งเหนียวหนืดและเคี้ยวลำบากที่มาพร้อมกับการ์ดสะสมมานานหลายปีแล้ว เนื่องจากบรรดานักสะสมที่ซื้อสินค้าไปได้ร้องเรียนเรื่องหมากฝรั่งทำให้การ์ดสะสมในห่อเสียหาย ดังนั้นเด็กๆในปัจจุบันจึงได้แต่การ์ดสะสมที่สภาพดีเยี่ยม แต่พวกเขาก็จะอดได้กลิ่นหมากฝรั่งที่โดดเด่นติดจมูกหลังจากที่แกะหีบห่อออกมา

7. กลิ่นปืนแก๊ป

กลิ่นปืนแก๊ป

แม้ว่าคุณจะไม่มีปืนของเล่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจู่โจมโดยการใช้ค้อนหรือแม้แต่ก้อนหินในวัยเด็กเมื่อยามเล่นกับเพื่อนๆ กลิ่นซัลเฟอร์หรือดินปืนของลูกกระสุนที่อยู่ในปืนแก๊ปก็เป็นอีกกลิ่นที่ทำให้เราคิดถึงช่วงฤดูร้อนที่เล่นตำรวจจับผู้ร้ายกัน

8. กลิ่นรถใหม่ในยุคเก่า

กลิ่นรถใหม่ในยุคเก่า

กลิ่นของรถใหม่ในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากกลิ่นรถใหม่เมื่อราวๆ 30 ปีก่อน กลิ่นดังกล่าวนั้นมาจากวัสดุสังเคราะห์ที่มีแก๊สไหลออกมา รวมทั้งพลาสติกและสารเคมีอื่นๆ เมื่อปี 1960 รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยพลาสติก 22 ปอนด์ แต่ในปี 2012 ได้เพิ่มปริมาณขึ้นเป็น 250 ปอนด์ นอกจากนี้ยังมีสารหน่วงการติดไฟและสารต้านจุลชีพในวัสดุที่ใช้ทำพรมหรือเบาะรถยนต์ จึงทำให้มีกลิ่นที่แตกต่างจากรถยนต์สมัยก่อน

9. กลิ่นหลอดสูญญากาศอิเล็กทรอนิกส์

กลิ่นหลอดสูญญากาศอิเล็กทรอนิกส์

โทรทัศน์กับวิทยุรุ่นเก่าซึ่งใช้หลอดสูญญากาศอิเล็กทรอนิกส์จะปล่อยกลิ่นบางอย่างออกมาในขณะที่เครื่องเริ่มมีการใช้ความร้อน หากคุณไม่คอยทำความสะอาดด้วยไม้ปัดขนไก่ ภายในเครื่องก็จะเริ่มมีฝุ่นสะสมและเกิดกลิ่นไหม้จางๆผสมกันไป ขณะที่เครื่องฉายภาพรุ่นเก่าที่ใช้ในโรงเรียนก็มีกลิ่นแบบเดียวกันเมื่อหลอดไฟข้างในเริ่มมีการใช้ความร้อนไปสักพัก

10. กลิ่นสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง

กลิ่นที่คุ้นเคยในวัยเด็ก

ต้องขอบคุณ Google ที่ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเปิดสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองเพื่อหาหมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่อีกต่อไป เมื่อหลายปีก่อนบ้านเกือบทุกหลังและสำนักงานเกือบทุกแห่งต้องมีสมุดโทรศัพท์เล่มหนาติดสถานที่ไว้กันทั้งนั้น ด้วยกระดาษที่หนาเป็นปึ๊งบวกกับหมึกและกาวทำให้สมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองมีกลิ่นเหม็นอับยิ่งกว่าหนังสือนิยายเสียอีก

11. กลิ่นผงชอล์ก

กลิ่นผงชอล์ก

กลิ่นผงชอล์กทำให้เราคิดถึงโรงเรียนไม่ต่างจากอาหารในโรงอาหารและกลิ่นกาวติดหนังสือ ปัจจุบันมีการใช้กระดานไวท์บอร์ดในห้องเรียนอย่างแพร่หลายทำให้กระดานดำและผงชอล์กเริ่มค่อยๆสูญหายไป

Source : mentalfloss.com/article/58291/11-smells-are-slowly-disappearing