Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

สาวๆ 30+ ฟังทางนี้
เราควรแช่แข็งไข่ไว้สำหรับการมีลูกในอนาคตหรือไม่?

เราควรแช่แข็งไข่ไว้สำหรับการมีลูกในอนาคตหรือไม่

Photo Credit : Lester Cohen/GettyImages

หากคุณมีอายุ 30 ปีหรือมากกว่านั้น เป็นไปได้ว่าคุณจะเริ่มสติแตกเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ของตัวเองและคุณควรแช่แข็งไข่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! ว่าแต่..เราควรแช่แข็งไข่จริงหรือไม่? ถ้าใช่..ควรทำเมื่ออายุเท่าไหร่? และนี่คือทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับกระบวนการอันน่าขนลุกนี้

การแช่แข็งไข่คืออะไร

การแช่แข็งไข่คือการกระตุ้นไข่ให้เจริญเติบโตครั้งละหลายๆใบ และนำไข่ออกมาผสมกับอสุจิจนได้ตัวอ่อนออกมา หลังจากนั้นก็แช่แข็งตัวอ่อนเก็บไว้จนกว่าเจ้าของไข่พร้อมที่จะมีลูก และเมื่อถึงเวลานั้นก็จะนำตัวอ่อนไปละลายตามด้วยฉีดเข้าไปในมดลูกหรือที่เรียกว่าการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) นั่นเอง แม้ว่ากระบวนการแช่แข็งไข่ในช่วงแรกจะมีอัตราความสำเร็จต่ำแต่เมื่อมีการพัฒนาและแก้ไขในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ทำให้อัตราความสำเร็จสูงขึ้น

ทำไมเราจึงควรแช่แข็งไข่

เดิมทีการแช่แข็งไข่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่กำลังประสบกับภาวะมีบุตรยากเนื่องจากการใช้เคมีบำบัด แต่ปัจจุบันมีผู้หญิงใช้วิธีนี้เพิ่มมากขึ้นเพื่อชะลอการให้กำเนิดบุตรเนื่องจากการแต่งงานช้า การศึกษาต่อ และหน้าที่การงาน เป็นต้น

ควรแช่แข็งไข่เมื่ออายุเท่าไร

ภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิงส่วนใหญ่จะเริ่มลดลงเมื่อเข้าสู่อายุ 35 ปีไปจนถึง 40 ปี การแช่แข็งไข่หรือตัวอ่อนจึงกลายเป็นทางเลือกในการพิจารณา ในทางกลับกันการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติก็เป็นเรื่องยากมากขึ้นเมื่ออายุ 35 ปี ดังนั้นผู้หญิงที่ไม่พร้อมมีลูกก่อนหน้านี้จึงเลือกที่จะแช่แข็งไข่ของตัวเองเพื่อรอโอกาสเหมาะในอนาคต อีกเหตุผลหนึ่งในการแช่แข็งไข่คือเมื่อคุณเริ่มที่จะพยายามตั้งครรภ์ในช่วงปลาย 30+ หรือตั้งครรภ์ลูกคนแรกช้าและอยากจะมีลูกมากกว่าหนึ่งคน ลูกคนแรกอาจเกิดจากการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติแต่คนที่สองหรือสามอาจกลายเป็นเรื่องยากเมื่อคุณเริ่มเข้าสู่วัย 40+ ด้วยเหตุนี้การแช่แข็งไข่จึงกลายเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุด เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการแช่แข็งไข่ของผู้หญิงคือช่วงปลายอายุ 20 ปีและช่วงตอนต้นอายุ 30 ปี อย่างไรก็ตามไม่มีคำว่าแก่เกินไปเนื่องจากสภาพรังไข่ของผู้หญิงแต่ละคนจะแตกต่างกัน

วิธีการแช่แข็งไข่ทำกันอย่างไร

ในช่วงแรกคุณจะต้องฉีดยาใต้ผิวหนังเอง (เหมือนกับการฉีดโบท็อกซ์) เพื่อกระตุ้นรังไข่และป้องกันการตกไข่ก่อนเวลาซึ่งต้องใช้เวลาตั้งแต่ 8-14 วันและในช่วงระหว่างนั้นคุณต้องไปอัลตร้าซาวด์กับตรวจเลือดด้วย เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าไข่ของคุณพร้อมแล้ว คุณต้องพบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอดโดยใช้เวลาราว 15-20 นาที แพทย์จะสอดเข็มติดอุปกรณ์ดูดเข้าไปในช่องคลอดและถุงไข่เพื่อดูดไข่ออกมา คุณต้องอยู่นิ่งๆระหว่างกระบวนการนี้จนอาจกลายเป็นตะคริวได้

มีความเสี่ยงอะไรบ้างในการแช่แข็งไข่

หากคุณอายุมากกว่า 35 ปี คุณสามารถทำซ้ำได้อีก 2-3 ครั้งเพื่อให้ได้ไข่ในปริมาณที่น่าพอใจ การแช่แข็งไข่ไม่มีอันตรายต่อการตั้งครรภ์โดยธรรมชาติ ผู้หญิงจะถูกฉีดโกนาโดรโทรปินซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ที่เลียนแบบสารตามธรรมชาติที่อยู่ในสมองเข้าไป ผลข้างเคียงอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ตัวบวม อารมณ์แปรปรวน และเป็นสิว แม้ว่าจะมีผลข้างเคียงแต่ก็เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น

อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงที่เรียกว่ากลุ่มอาการที่รังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่มากเกินไปซึ่งมาพร้อมกับระดับเอสตร้าไดออลสูงและทำให้เกิดของเหลวรั่วในช่องท้องจนเกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้ และท้องบวม หากกลุ่มอาการนี้รุนแรงก็เป็นไปได้ว่าเลือดจะจับตัวเป็นก้อน หายใจติดขัด ปวดในช่องท้อง ภาวะขาดน้ำ และอาเจียน

อย่าลืมความเสี่ยงทางด้านอารมณ์จากการแช่แข็งไข่ด้วย เช่น ความหวังลมๆแล้งๆของผู้หญิงเนื่องจากไม่มีการรับประกันความสำเร็จและการศึกษาก็พบว่าการแช่แข็งตัวอ่อน (ที่นำอสุจิมาผสมแล้ว) จะประสบความสำเร็จมากกว่าการแช่แข็งไข่ (ที่ยังไม่มีอสุจิมาผสม) ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงจึงตัดสินใจยากว่าจะแช่แข็งตัวอ่อนดีหรือไม่โดยเฉพาะผู้หญิงที่ยังอายุน้อย

โอกาสในการตั้งครรภ์มีมากเท่าไร

ทั้งนี้ส่วนใหญ่พบว่าผู้หญิงที่แช่แข็งไข่มักจะไม่ได้ใช้ไข่ของตัวเองโดยมีมากถึงร้อยละ 60 เนื่องจากสุดท้ายพวกเขาสามารถตั้งครรภ์ได้ด้วยตัวเอง อัตราความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วจะลดลงไปตามอายุที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องใช้ทั้งเงินและพลังงานแต่ไม่รับประกันผล 100%

ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่

ค่าใช้จ่ายในการแช่แข็งไข่ในแต่ละครั้งจะแตกต่างกันแต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่รอบละ 10,000 เหรียญหรือประมาณ 350,000 บาท (อย่าลืมว่าคุณอาจต้องทำถึง 2-3 รอบ) ขั้นตอนการดำเนินการอยู่ที่ประมาณ 245,000 บาท และค่ายาตั้งแต่ 87,500-122,500 บาท และค่าเก็บรักษาปีละ 17,500-28,000 บาท ข้อมูลจาก Forbes ชี้ว่าการทำเด็กหลอดแก้วโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 20,000 เหรียญ (ราว 700,000 บาท) และต้องดำเนินการหลายรอบกว่าจะตั้งครรภ์สำเร็จ ผู้หญิงที่อายุ 35-36 ปีจะต้องทำประมาณ 4 รอบแถมรอบที่ 4 ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จเพียงครึ่งเดียว

ถ้าเราไม่มีเงินพอสำหรับการแช่แข็งไข่จะทำอย่างไร

ดังนั้นผู้หญิงเราจึงควรตระหนักถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่นการสูบบุหรี่จะส่งผลต่อคุณภาพของไข่และการหมดประจำเดือนก่อนวัย ขณะที่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอาจทำให้เป็นกามโรคและการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานซึ่งส่งผลเสียต่อภาวะเจริญพันธุ์โดยทำให้ท่อนำไข่เกิดความเสียหาย ทั้งนี้คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างความมั่นใจว่าคุณดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว

Blogger : Erin Nicole

Source : thezoereport.com