Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

This is the Reason Women Wear Engagement Rings
ประวัติความเป็นมาและเหตุผลที่ผู้หญิงสวมแหวนหมั้น

ประวัติความเป็นมาและเหตุผลที่ผู้หญิงสวมแหวนหมั้น

อาจดูเหมือนว่าแหวนหมั้นมีความเก่าแก่พอๆกับประเพณีการแต่งงาน แต่เมื่อไม่นานมานี้แหวนหมั้นเพิ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของคำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกัน ยกตัวอย่างเช่นในช่วงปี 1800 หนุ่มชาวอเมริกันบางคนได้มอบปลอกโลหะให้แก่เจ้าสาวหลังแต่งงานโดยส่วนปลายของวงแหวนจะถูกตัดออกเพื่อทำเป็นแหวน ขณะเดียวกันทางฝั่งอังกฤษคู่บ่าวสาวจะตัดแบ่งเงินหรือทองคำออกเป็นสองชิ้นและให้แต่ละฝ่ายเก็บเอาไว้ จากนั้นก็ดื่มไวน์เพื่อทำให้พิธีหมั้นเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ

เราสามารถย้อนกลับไปศึกษาประวัติของแหวนหมั้นได้ ณ กรุงโรมในช่วงศตวรรษที่ 13 เมื่อคริสต์ศาสนิกชนได้สานต่อประเพณีหลังจากที่พระสันตปาปาอินโนเซนต์ที่ 3 ประกาศใช้ช่วงระยะเวลารอคอยระหว่างพิธีหมั้นกับพิธีสมรสเป็นข้อบังคับ แหวนของพวกเขาเป็นปลอกโลหะธรรมดาก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้เป็นทองคำในภายหลัง ประเพณีการสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายเกิดจากความเชื่อของกรีกและโรมันที่ว่า “วีนา อะมอริส” หรือหลอดเลือดดำบนนิ้วนางข้างซ้ายจะเชื่อมต่อเข้ากับหัวใจโดยตรง ขณะที่เพชรเพิ่งเข้ามามีบทบาททีหลัง อาร์ชดยุคแม็กซีมีเลียนแห่งออสเตรียเป็นผู้ชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มอบแหวนเพชรให้แก่ว่าที่เจ้าสาวของเขาในปี 1477 ทว่าอัญมณีดังกล่าวไม่ได้รับความนิยมจากผู้ที่ไม่ใช่ชนชั้นสูงจนกระทั่งมีการผลักดันครั้งยิ่งใหญ่โดย DeBeers ในช่วงปี 1930

De Beers ได้เข้ามาควบคุมทั้งอุปสงค์และอุปทานหลังจากที่มีการค้นพบเหมืองเพชรในแอฟริกาใต้เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จากนั้นก็ได้มีการรวมกลุ่มเพื่อควบคุมอุตสาหกรรมเพชรทั้งหมดและจ้างบริษัทโฆษณาในนิวยอร์คเพื่อสร้างค่านิยมว่าเพชรคือดัชนีชี้วัดฐานะทางสังคม ในช่วงปลายปี 1940 ผู้เขียนคำโฆษณาจากบริษัท N.W. Ayer ได้คิดสโลแกน “เพชรเลอค่าอมตะ” สำหรับแบรนด์นี้ขึ้นมาเพื่อทำให้ผู้บริโภคมองว่าแหวนเพชรคือมรดกของครอบครัว เอาล่ะตอนนี้คุณเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมผู้หญิงถึงต้องสวมแหวนหมั้น หากปู่ย่าตายายของเราทุกคนไม่หวั่นไหวต่อคำโฆษณาเหล่านั้นล่ะก็ ป่านนี้เราคงเดินเล่นไปไหนต่อไหนโดยที่สวมปลอกโลหะไว้บนนิ้วแล้วล่ะ

Blogger : Maria Carter

Source : countryliving.com