Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someoneGoogle+

เคนดัลล์กับไคลี่ เจนเนอร์ออกมาขอโทษ
เรื่องเสื้อยืดวินเทจหลังจากที่มีกระแสต่อต้านรุนแรง

เคนดัลล์กับไคลี่ เจนเนอร์ขอโทษเรื่องเสื้อยืดวินเทจ

Photo Credit : Instagram @kendalljenner + Twitter @KendallJenner

เมื่อสองศรีพี่น้องตระกูลเจนเนอร์ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อยืด Kendall + Kylie รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นออกมาโดยมีภาพใบหน้าของหญิงสาวและโลโก้แบรนด์ปรากฏทับอยู่บนรูปของแรปเปอร์ชื่อดังทูพัค ชาเคอร์กับบิ๊กกี้ รวมถึงปกอัลบั้มของเมทัลลิก้า, พิงค์ ฟลอยด์ และอื่นๆอีกมากมาย เสื้อยืดดังกล่าวราคาตัวละ $125 และกระแสต่อต้านรุนแรงก็โหมกระหน่ำขึ้นทันที

เสื้อยืดพวกนี้ช่างหยาบคายและไร้รสนิยมสิ้นดี

ผู้คนจำนวนไม่น้อยบนโลกโซเชียลต่างพากันโจมตีที่เคนดัลล์กับไคลี่นำภาพของตัวเองวางทับใบหน้าของบรรดานักดนตรีในตำนานโดยเฉพาะนักดนตรีผิวสี โวเล็ตต้า วอลเลซ คุณแม่ของบิ๊กกี้รู้สึกไม่พอใจที่เคนดัลล์กับไคลี่อาศัยผลประโยชน์จากการเสียชีวิตของลูกชายและไม่ยอมขออนุญาตใช้ภาพถ่ายของเขาก่อน

ฉันไม่รู้ว่ามีใครบอก @kyliejenner and @kendalljenner เหรอว่าพวกเธอมีสิทธิที่จะทำเช่นนี้ พวกเธอไม่แม้แต่ที่จะติดต่อฉันหรือผู้ที่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอกล้าดียังไงถึงได้ฉวยโอกาสจากการตายของทูพัคกับคริสโตเฟอร์ลูกชายของฉันมาขายเสื้อยืดพวกนี้ บอกเลยว่านี่เป็นการฉกฉวยประโยชน์ที่น่าเกลียดและน่าขยะแขยงมากที่สุด!!!

อย่างไรก็ตามเสื้อยืดเหล่านี้ได้รับความนิยมมากจนขายไปเกือบหมดในเช้าวันพฤหัสบดี และพอช่วงบ่ายเสื้อยืดดังกล่าวก็อันตรธานไปจากเว็บไซต์ Kendall + Kylie รวมถึงภาพทั้งหมดบนเสื้อยืดก็หายไปจากเพจของแบรนด์ด้วย จากนั้นทั้งสองสาวก็ทวีตคำขอโทษออกมา

พวกเธอกล่าวขอโทษและอธิบายว่า “เราไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นและเรารู้สึกเสียใจมากที่ทำให้ทุกคนโกรธและผิดหวังโดยเฉพาะครอบครัวของศิลปิน เราเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพวกเขาและไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรมเหล่านี้เลย เสื้อยืดทั้งหมดถูกเรียกคืนจากร้านค้ารวมถึงภาพทั้งหมดด้วย เราจะใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้ข้อผิดพลาดและสุดท้ายเราเสียใจมากจริงๆค่ะ”

เหตุการณ์ฉาวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่โฆษณาเป๊ปซี่ของเคนดัลล์ถูกถอดออกไม่ถึงสามเดือนและหลังจากที่ไคลี่ถูกกล่าวหาว่าฉีกบิกินี่และเสื้อผ้าลายพรางของดีไซเนอร์ผิวดำเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้ไม่มีคำขอโทษจากปากของสองสาวเลย

Blogger : Hannah Orenstein

Source : seventeen.com