Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

ประวัติศาสตร์ยีนส์
ผ้าเดนิมยังมีเสน่ห์มนต์ขลังเหมือนอย่างที่เคยเป็นหรือไม่?

ผ้าเดนิมยังมีเสน่ห์เหมือนอย่างที่เคยเป็นหรือไม่

ถึงยุคที่น่าสนใจของบรรดาแบรนด์เดนิมแล้ว สังเกตคำว่า “น่าสนใจ” เราสามารถแปลได้สองความหมายว่า

  1. เดนิมไม่เคยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเท่านี้มาก่อน
  2. ยอดขายของแบรนด์เดนิมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลง

ยอดขายยีนส์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้วลดลงร้อยละ 8 ขณะที่เทรนด์แฟชั่นชุดกีฬากับกางเกงโยคะกำลังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใส่ใจสิ่งแวดล้อมโดยมีความต้องการให้ผลิตยีนส์รุ่นประหยัดน้ำออกมา สิ่งเหล่านี้ได้สร้างคำถามขึ้นว่ายีนส์ซึ่งได้รับความนิยมขึ้นครั้งแรกในหมู่คาวบอยแห่งอเมริกันตะวันตกปัจจุบันกำลังเลือนหายไปพร้อมๆกับตะวันตกดินหรือยังคงส่องแสงแห่งความรุ่งเรืองอยู่ที่เส้นขอบฟ้า?

ยีนส์

ผู้ที่สามารถตอบคำถามนี้ได้คงไม่มีใครดีกว่า คาริน ฮิลล์แมน ซีพีโอแห่งลีวายส์ซึ่งอาจเป็นแบรนด์เดนิมยอดนิยมที่สุดในโลก

“จากมุมมองของลีวายส์คิดว่านี่คือช่วงที่ดีมากของวงการยีนส์เพราะได้เวลาแล้วที่ยีนส์จะกลับมาทวงบัลลังก์แห่งผู้นำตัวจริงและนับว่าเป็นสมดุลที่ดีระหว่างความดั้งเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เราได้คิดค้นนวัตกรรมมากมายรวมถึงเนื้อผ้าชนิดใหม่อันน่าทึ่งซึ่งจะมีการเปิดตัวอีกครั้งกับยีนส์ของผู้หญิงในฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึงนี้ ความก้าวหน้าซึ่งมาเคียงคู่กับประวัติศาสตร์ยีนส์อันยาวนานกว่า 140 ปีทำให้แบรนด์ของเรามีความเป็นเอกลักษณ์สูงในยุคที่มีผลิตภัณฑ์มากมายให้เลือกสรร”

ทว่านี่อาจกลายเป็นปัญหาเนื่องจากมีตัวเลือกมากเกินไป เช่น ลีวายส์ รวมถึงแบรนด์รุ่นใหม่ๆอย่าง J.Brand, 7 For All Mankind, Current/Elliott, Citizens of Humanity และอีกนับไม่ถ้วน แถมหลังๆมานี้บรรดาดีไซเนอร์ระดับไฮเอนด์ก็หันมาตีตลาดยีนส์เช่นกัน (Stella McCartney, Chloe, Gucci, Saint Laurent และล่าสุด Givenchy) ดังนั้นแบรนด์ใดล่ะจะสามารถโดดเด่นท่ามกลางตลาดที่อิ่มตัวและแข่งขันสูงขนาดนี้?

เดนิม

“เพื่อรักษาความโดดเด่นท่ามกลางตลาดที่อิ่มตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ บริษัทยีนส์จึงต้องพุ่งเป้าไปที่การสร้างแบรนด์ให้มีความแปลกใหม่ รวมถึงการตลาดที่ต่างไปจากเดิมด้วย” กล่าวโดยเอมิลี่ เคอร์เรนท์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ เมอริทท์ เอลเลียต เจ้าของแบรนด์ Current/Elliott ส่วนฮิลล์แมนเห็นด้วยว่าแบรนด์จำนวนมากกำลังแข่งขันกันเพื่อสร้างจุดสนใจ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ชัดเจน ดังนั้นจึงไม่ควรพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนสนใจไม่เช่นนั้นเอกลักษณ์ของแบรนด์จะค่อยๆเลือนหายไป สำหรับแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆอย่าง Mother Denim ได้สร้างความแตกต่างด้วยการใช้สุดยอดนางแบบ Candice Swanepoel กับ Freja Beha ทิศทางของรูปแบบในปัจจุบันจะมาจากแนวสตรีทและนางแบบก็มีบทบาทสำคัญด้วย

แบรนด์ Re/Done ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่แล้วมีแนวคิดที่ต่างออกไปโดยการเลือกใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว (ยีนส์ลีวายส์รุ่นดั้งเดิม) และเพิ่มความทันสมัยลงไปให้มากขึ้น ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเพราะหลังจากที่เปิดตัวกางเกงยีนส์ 50 ตัวก็สามารถจำหน่ายได้หมดเกลี้ยงทันที นอกจากจะเน้นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว (ยีนส์ประหยัดน้ำที่สามารถประหยัดน้ำได้ถึง 2,500 แกลลอนต่อตัวกับการคิดค้นยีนส์รุ่นใหม่) พวกเขายังพิสูจน์ได้ว่าบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในสิ่งที่มีอยู่แล้วเพื่อให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆเลย โดย ชอน บาร์รอน ซีอีโอผู้ก่อตั้งกล่าวว่า “เราเน้นการดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันเพราะผู้คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการรู้สึกเหมือนกับคนอื่นๆ พวกเขาแค่ต้องการมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เราไม่เชื่อว่านี่คือกระแสแฟชั่นแต่เป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งที่เรารู้สึกภาคภูมิใจ”

ยีนส์ยังมีเสน่ห์เหมือนอย่างที่เคยเป็นหรือไม่

บางทีคำตอบอาจอยู่ที่การปลุกกระแสแนวการแต่งกายแบบเรียบๆและแฟชั่นแบบเร่งด่วน หรืออันที่จริงผู้บริโภคแค่ต้องการความเป็นของแท้และมีประวัติศาสตร์มากกว่ากางเกงเลคกิ้งฝึกโยคะ คล้ายๆกับว่าทุกคนต้องการหวนกลับไปสู่กางเกงยีนส์เรียบๆธรรมดา กางเกงยีนส์ลีวายส์ 501 จะกลายเป็นตัวเลือกของทุกคนตั้งแต่บรรณาธิการไปจนถึงคนดังแถวหน้าในงานแฟชั่นวีคส์ทั่วโลก แฟชั่นยีนส์ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวอเมริกันและชาวโลกไปแล้ว ที่สำคัญมันยังมีบทบาทสำคัญในวงการแฟชั่นระดับโลกอยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย

กางเกงยีนส์

Blogger : Sari Anne Tuschman

Source : thezoereport.com