Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

How To Tell If You Can Recycle Something, In One Chart
รู้ไว้ก็ดีนะ..วิธีรีไซเคิลอย่างถูกวิธีเพื่อโลกของเรา

วิธีรีไซเคิลอย่างถูกวิธีเพื่อโลกของเรา

บรรดาถังขยะหลากสีรวมถึงคุณสมบัติของเครื่องที่ซับซ้อนและกองขวดที่เหนียวเหนอะ อาจทำให้การรีไซเคิลกลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปเลย ด้วยเหตุนี้เราจึงสร้างบทเรียนพื้นฐานในการรีไซเคิลขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม จงปฏิบัติตามกฎการรีไซเคิลทั้ง 6 ข้อด้านล่างนี้เพื่อสุขอนามัยของโลกและของเราทุกคน

1. ทุกพื้นที่มีขั้นตอนการรีไซเคิลที่ต่างกันดังนั้นคุณควรเรียนรู้ขั้นตอนในพื้นที่ของตัวเองด้วย

ขั้นตอนการรีไซเคิลจะแตกต่างกันในแต่ละเมืองและแต่ละรัฐตั้งแต่วัสดุที่คุณสามารถรีไซเคิลได้ (เช่น พลาสติก กระดาษ) การคัดแยกวัสดุต่างๆ (พลาสติกและแก้ว) ไปจนถึงสถานที่วางถังขยะรีไซเคิล (เช่น ริมทางเดิน สถานที่สำคัญ) คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม เรียนรู้โครงการรีไซเคิลในพื้นที่ของตัวเองโดยการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเทศบาลท้องถิ่นหรือค้นหาสถานที่รีไซเคิลใกล้บ้านคุณ

2. ใส่ใจสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน

ภาชนะพลาสติกทั้งหมดจะมีเครื่องหมายจำแนกประเภทเรซิน (RIC) ซึ่งจะบอกคุณว่าพลาสติกประเภทไหนที่คุณต้องจัดการและประเภทไหนสามารถนำมารีไซเคิลได้ พลาสติกที่มีหมายเลข 1 และ 2 จะสามารถนำมารีไซเคิลได้เกือบทุกแห่งแต่หมายเลข 3, 6 และ 7 จะไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้และทิ้งลงถังขยะได้โดยตรง ขณะที่ศูนย์รีไซเคิลบางแห่งจะรับเฉพาะพลาสติกที่มีหมายเลข 4 และ 5 เท่านั้น ดังนั้นคุณควรโทรไปสอบถามก่อนว่าพวกเขารับภาชนะบรรจุเหล่านั้นหรือไม่ และก่อนที่คุณจะโยนภาชนะบรรจุทั้งหมดลงไปในถังขยะสีฟ้า คุณควรสังเกตเครื่องหมายเหล่านี้ด้วย

วิธีรีไซเคิลอย่างถูกวิธี

Source : greenopedia.com, www.astm.org

รีไซเคิลได้

รีไซเคิลอย่างถูกวิธี รีไซเคิลได้

เครื่องหมายเหล่านี้จะปรากฏอยู่บนขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เหยือกบรรจุนมและน้ำผลไม้ ขวดแชมพู ถุงขายปลีก

ทิ้งได้เลย

รีไซเคิลอย่างถูกวิธี ทิ้งได้เลย

เครื่องหมายหล่านี้จะใช้กับพลาสติกห่อหุ้มอาหาร ภาชนะบรรจุน้ำมัน ภาชนะพีวีซี ผลิตภัณฑ์สไตโรโฟมและไวนิล

สอบถามอีกที

รีไซเคิลอย่างถูกวิธี สอบถามอีกที

เนื่องจากมีศูนย์รีไซเคิลไม่กี่แห่งที่รับพลาสติกเหล่านี้ ดังนั้นคุณควรโทรไปที่ศูนย์เพื่อสอบถามว่าพวกเขารับผลิตภัณฑ์เหล่านี้หรือไม่

3. แยกเฉพาะขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ถ้าระบบในท้องถิ่นของคุณรองรับ

ขึ้นอยู่กับระบบการรีไซเคิลในเทศบาลของคุณว่าคุณจำเป็นต้องแยกขยะรีไซเคิลหรือไม่ เช่น พื้นที่บางส่วนในรัฐแคลิฟอร์เนียผู้คนต้องคัดแยกอลูมิเนียม แก้ว และภาชนะพลาสติกใส่ลงในถุงหรือถังขยะก่อนที่จะนำส่งไปรีไซเคิล ขณะที่ในนิวยอร์คผู้อยู่อาศัยจะต้องแยกเฉพาะวัสดุที่ทำจากกระดาษออกจากขยะรีไซเคิลของพวกเขา อย่างไรก็ตามในพื้นที่ของคุณอาจมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น (หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมาย) ในการคัดแยกประเภทของวัสดุ คุณสามารถตรวจสอบกับหน่วยงานในท้องที่ได้ว่าคุณจำเป็นต้องคัดแยกขยะหรือไม่ หรือคุณสามารถทิ้งขยะรีไซเคิลไว้ในถุงหรือถังขยะใบเดียวกันได้หรือไม่

4. คุณ *ควร* เก็บภาชนะบรรจุที่สามารถรีไซเคิลได้ให้สะอาดมากที่สุด

แม้ว่าศูนย์รีไซเคิลจะไม่ทิ้งภาชนะเหล่านั้นเพียงเพราะว่ามันสกปรก แต่ภาชนะที่สะอาดจะมีมูลค่าในตลาดรีไซเคิลมากกว่าเนื่องจากเป็นการช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินในการดำเนินงาน ดังนั้นก่อนที่จะรีไซเคิลถ้วยโยเกิร์ต คุณควรพยายามกินให้หมด แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะแม้ว่าวัสดุที่สกปรกจะมีมูลค่าน้อยลงแต่ก็ยังสามารถนำมารีไซเคิลได้

5. ไม่ทิ้งสิ่งของเหล่านี้ลงในถังขยะรีไซเคิล

สิ่งของบางอย่างเช่นถุงพลาสติกอาจจะทำให้อุปกรณ์ในการรีไซเคิลขัดข้อง ขณะที่ภาชนะบรรจุอาหารแบบนำกลับบ้านหรือกล่องพิซซ่าเดลิเวอรี่อาจจะมีเศษอาหารหรือคราบไขมันซึ่งอาจปนเปื้อนขยะรีไซเคิลส่วนอื่นๆได้ แม้ว่าภาชนะดังกล่าวจะทำจากวัสดุรีไซเคิลแต่ก็ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ ส่วนขวดบรรจุของเหลวอันตรายหรือแบตเตอรี่เก่าที่มีสารปรอทก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำงานในโรงงานรีไซเคิลได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงไม่ควรทิ้งสิ่งเหล่านี้ลงในถังขยะรีไซเคิล

6. ใช้วัสดุรีไซเคิลหรือที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เท่านั้น

ในการซื้อของครั้งต่อไปคุณควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณซื้อและบรรจุภัณฑ์พวกนั้นทำมาจากวัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หรือไม่ เพียงคัดกรองเอาผลิตภัณฑ์ที่คุณไม่สามารถรีไซเคิลได้ออกไป สุดท้ายขยะก็จะน้อยลงและคุณก็ไม่จำเป็นต้องคัดแยกอีกในภายหลัง นอกจากนี้คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ทัพเพอร์แวร์ ขวดน้ำชนิดเติม เป็นต้น คุณจะสามารถลดปริมาณขยะโดยรวมได้ แม้ว่าจะฟังดูเหมือนเป็นงานหนักแต่รับรองว่าดีต่อโลกของเราอย่างแน่นอน ในไม่ช้ากิจกรรมเหล่านี้ก็จะกลายเป็นกิจวัตรประจำตัวของคุณเอง

Blogger : Carla Herreria

Source : huffingtonpost.com