Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestEmail to someone

Choose who will manage your Facebook account after you die
ก่อนจากโลกนี้ไปคุณตั้งได้ว่าใครจะเป็นผู้จัดการ Facebook ของคุณ

สามารถตั้งได้ว่าให้ใครดูแล Facebook เมื่อเราจากไป

ล่าสุด Facebook ได้ประกาศว่าผู้ใช้ทุกคนสามารถจัดการกับบัญชีของตัวเองได้แม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว โดยผู้ใช้จะต้องระบุชื่อบุคคลหนึ่งที่สามารถเข้าไปในบัญชีของตัวเองได้หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว โปรแกรมดังกล่าวมีชื่อว่า Legacy Contact ซึ่งจะปรากฏอยู่ในเมนูตั้งค่าความปลอดภัยของ Facebook โดยผู้ใช้สามารถเลือกรายชื่อเพื่อนที่จะเข้ามาดูแลหน้าเพจของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นประวัติและภาพประกอบ หลังจากที่เจ้าของตัวจริงเสียชีวิตไปแล้ว หรือผู้ใช้จะเลือกลบบัญชีของตัวเองออกจากสารบบไปเลยก็ได้

Legacy Contact ตั้งว่าให้ใครเป็นผู้จัดการ Facebook ของเรา หลังจากที่เราเสียชีวิต

เครดิตรูปภาพ : Facebook

เมื่อมีผู้แจ้ง Facebook ให้ทราบว่าผู้ใช้รายใดรายหนึ่งเสียชีวิต ระบบจะเข้าไปตรวจสอบ จากนั้นก็จะมีการไว้อาลัยให้แก่บัญชีผู้ใช้รายนั้น ขณะที่ผู้ใช้ซึ่งถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการบัญชีจะสามารถเข้าไปโพสต์ข้อความ, ตอบรับการร้องขอเป็นเพื่อน และจัดการประวัติทุกอย่าง รวมทั้งเปลี่ยนรูปภาพต่างๆได้ นอกจากนี้ผู้จัดการบัญชียังสามารถดาวน์โหลดภาพถ่ายของผู้ใช้หรือข้อความอื่นๆได้ด้วยหากเจ้าของเดิมตั้งค่าอนุญาตไว้ แต่พวกเขาจะไม่สามารถดูข้อความในกล่องข้อความหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าอื่นๆได้

Facebook จะปรับเปลี่ยนหน้าเพจของผู้ใช้ที่จากไปแล้วโดยการเพิ่มสัญลักษณ์ Remembering หรือการระลึกถึงไว้ข้างหน้าชื่อของผู้ใช้เพื่อให้บุคคลอื่นทราบว่านี่คือบัญชีของผู้ใช้คนหนึ่งซึ่งจากโลกนี้ไปแล้ว วาเนสซ่า คาลลิสัน-เบิร์ช ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook กล่าวว่าจุดประสงค์ของทางเลือกนี้ก็เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ใช้บัญชีที่ล่วงลับไปแล้วและเป็นช่องทางให้บรรดาเพื่อนๆและครอบครัวได้ดูแลบัญชีของบุคคลที่พวกเขารักต่อไป

ตั้งว่าให้ใครเป็นผู้จัดการ Facebook ของเรา หลังจากที่เราเสียชีวิต Legacy Contact

เครดิตรูปภาพ : Facebook

“สมาชิกในครอบครัวหลายคนมักบอกกับเราว่า ‘ฉันต้องการแจ้งให้เพื่อนๆของเจ้าของบัญชีทราบถึงการรำลึกถึงผู้ที่จากไปและพวกเขาก็ไม่ค่อยจริงจังกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่จนกระทั่งถึงวันที่ต้องสูญเสียไปแล้ว ”

ปัจจุบันการตั้งค่า Legacy Contact ได้เปิดให้ใช้งานแล้วในสหรัฐและมีแผนว่าจะค่อยๆกระจายไปทีละประเทศทั่วโลก แต่ยังไม่มีกำหนดการแน่ชัด

Source : mashable.com